| บัญชีชีวิต |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Tuesday, 30 March 2010 04:15 |
![]() เมื่อวันแห่งการรับใบประกาศผลการเรียนมาถึง พวกเราส่วนใหญ่จะผ่านประสบการณ์และผ่านความรู้สึกในวันนั้นมากันทุกคน บางคนเมื่อได้รับใบประกาศผลการเรียนจะรู้สึกอับอายอยากเก็บซ่อนมันไว้ไม่ต้องการบอกให้ใครทราบถึงผลคะแนนของตนแต่บางคนเมื่อได้รับผลคะแนนแล้ว เขารู้สึกยินดีและภาคภูมิอยากที่จะบอกผลคะแนนให้ทุกคนได้รับรู้ สำหรับผู้ที่สอบตกเขาจะนึกเสียดายว่า เขาไม่น่าที่จะปล่อยให้เทอมนี้ผ่านพ้นไปอย่างเสียเปล่าเลย และทุกคนไม่น่ารู้จักเขาเลย สำหรับผู้ที่สอบผ่านได้คะแนนดี เขาจะตะโกนร้องด้วยความดีใจ บางคนถึงกับกระโดดโลดเต้น ต้องการที่จะประกาศให้ทุกคนรับรู้ถึงผลคะแนนของเขา ความรู้สึกและประสบการณ์เหล่านี้มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในรั้วโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่จะเกิดขึ้นกับทุกสถานที่ ทุกการงาน ทุกความพยายาม และในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน ศิลปะ การแข่งขัน ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่างานนั้น ๆ จะประสบความสำเร็จ หรือประสบกับความพ่ายแพ้เท่านั้น
พระมหาคัมภีร์อัล กุรอานได้กล่าวเกี่ยวกับประสบการณ์และความรู้สึกนี้ไว้ นั่นคือในวันแห่งการตอบแทนตัดสินซึ่งเป็นวันที่มนุษย์จะได้รับใบบันทึกผลการกระทำที่มนุษย์ได้เคยปฏิบัติไว้บนโลกดุนยา ซึ่งเปรียบได้กับวันแห่งการรับใบประกาศผลการเรียนในปลายภาคเรียนนั่นเอง การเปรียบเทียบดังกล่าวนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งภาษาของมนุษย์ กล่าวคือ การจะยกตัวอย่างใดตัวอย่างหนึ่งขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์เข้าใจนั้น ต้องมาจากสิ่งใกล้ตัวของมนุษย์เอง ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้มนุษย์ไม่อาจเข้าใจถึงความรู้สึกในวันแห่งการรับใบบันทึกผลการกระทำของเขา และไม่อาจเข้าใจถึงความรู้สึกในการรับรางวัล หรือบทลงโทษ หรือความรู้สึกหวาดกลัวในวันนั้นได้เลย ดังที่ได้กล่าวกันไว้ว่า
“เมื่อต้องการสื่อสารกับเด็กเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ ดังนั้นต้องใช้ภาษาของเด็กเท่านั้น”
เมื่อพระผู้เป็นเจ้าต้องการสอนสัจธรรมแก่มวลมนุษย์ นอกจากจะใช้วิธีแห่งการเปรียบเทียบกับสิ่งที่ต้องเรียนรู้แล้ว ยังต้องใช้ภาษาที่ง่ายดายในการอธิบาย ควบคู่กับการเปรียบเทียบและการยกตัวอย่างอีกด้วย จากการที่มนุษย์ต้องการรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เขาจะใช้การเปรียบเทียบเป็นเกณฑ์ในการเรียนรู้นั้น ดังนั้นเรื่องราวแห่งการรับใบบันทึกการกระทำ และวันแห่งการตอบแทนตัดสินจะยกตัวอย่างในโลกดุนยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้คำชี้นำสั่งสอนควบคู่ไปด้วย
ลักษณะของบันทึกผลกรรม
คำ ๆ หนึ่งที่อัล กุรอานใช้ในความหมายของใบบันทึก หรือใบประเมิน นั่นก็คือ คำว่า “กิตาบ” แต่ คำว่า กิตาบ มิได้หมายความถึง กระดาษไม่กี่แผ่นที่อยู่ระหว่างปกสองปกเท่านั้น แต่ความหมายของกิตาบ คือ ทุก ๆ สิ่งที่บันทึก ข้อมูลและเนื้อหาต่าง ๆ ไว้
ดังนั้นหนังสือหรือสมุดบันทึกที่เราไว้ใช้เป็นเรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์บันทึกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นม้วนเทป วีดีโอ ดิสเก็ต แผ่นฟิล์ม แผ่นบรรจุข้อมูลที่มีหน่วยความจำมากมาย สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นล้าน ๆ เรื่อง สามารถเรียกได้ว่าเป็นกิตาบเช่นกัน
เช่นเดียวกันโครโมโซมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ที่มีอยู่ในยีนส์เฉพาะตั้งแต่สมัยของท่านนบีอาดัม ถึงยุคแห่งวิวัฒนาการสามารถเรียกได้ว่า คือ กิตาบ เช่นกัน
แต่เราไม่ทราบว่า กิตาบที่พระองค์อัลลอฮ ใช้บันทึกคำพูดและการกระทำของมนุษย์นั้นเป็นอย่างไร เป็นวัตถุ หรือเป็นพลังงาน เป็นมลาอิกะฮ์ หรือเป็น ฮาสตี หรือเป็นธรรมชาติ ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มีบทบาทหน้าที่ในการบันทึกหรือเป็นกิตาบได้หรือไม่ ดังที่ทราบกันมาแล้ว พลังงานต่าง ๆ หรือมวลมลาอิกะฮ์ จะอยู่ด้านซ้ายและขวาของพวกเรา (หรือเปรียบได้กับการงานที่ดีหรือการงานที่เลว) ซึ่งมาในรูปของการระมัดระวังหรือเตรียมพร้อมในการบันทึกคำพูดของพวกเราอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ได้ยินมาแล้ว และที่จะได้ยินต่อไป (เรียกได้ว่าเร็วเสียยิ่งกว่าเครื่องบันทึกเสียงทุกชนิดเสียอีก)
***ในขณะที่สองมลาอิกะฮ์ผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดบันทึกการกระทำทำการถ่ายทอดทั้งจากด้านขวา และจากด้านซ้าย มีมลาอิกะฮ์ประจำอยู่ ไม่ว่าเขาจะเอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมาก็ตาม นอกจากต้องมีมลาอิกะฮ์ผู้คอยสอดส่องซึ่งปรากฎอยู่กับเขาตลอดไป (ซูเราะฮ์กอฟ โองการที่ 17-18)
เมื่อวันนั้น วันแห่งการตอบแทนตัดสินได้มาถึง มนุษย์ทุกคนจะมารวมตัวกัน ณ สถานที่แห่งการตอบแทนตัดสินด้วยขาของเขาเองอย่างอัตโนมัติ พวกเขาต่างประหลาดใจว่า การงานของเขาไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใดถูกสอบสวนได้อย่างไร ทันใดนั้นมีบุคคลหนึ่งกล่าวกับเขาว่า “พวกเจ้าไม่เคยรู้ถึงความสัจจริงในวันนี้มาก่อน แต่วันนี้แหละจะเป็นที่ประจักษ์กับสายตาของพวกเจ้า ดังโองการที่กุรอาน (ซูเราะฮ์กอฟ โองการที่ 21-22) ความว่า
และหลังจากนั้นทุก ๆ ชีวิตจะมาสู่จุดชุมนุม พร้อมกับมลาอิกะฮ์สองท่านคือ ผู้ทำหน้าที่รวมคน และผู้เป็นพยาน พร้อมมีโองการแก่เขาว่า แท้จริงเจ้าเคยตกอยู่ในความหลงลืมต่อวันนี้ โดยคิดว่ามันจะไม่อุบัติขึ้น แล้วเราก็เปิดฝากั้นของเจ้าออกไป ดังนั้นการมองเห็นของเจ้าในวันนี้จึงแหลมคมชัดเจน
เมื่อใบบันทึกผลการกระทำถูกมอบให้กับมนุษย์ทุกคน พวกเขาต่างกังวลและหวาดกลัวต่อผลแห่งการกระทำที่พวกเขาจะได้รับ พวกเขาต่างพากันกล่าวว่า “ความหายนะประสบกับพวกเราแล้ว นี่คือกิตาบอันใดกันเล่า ช่างประหลาดเสียยิ่งนัก สามารถบันทึกการกระทำทุกสิ่ง ไม่ตกหล่นแม้กระทั่งการกระทำที่เล็กน้อยและการกระทำที่ยิ่งใหญ่ ในวันนั้นมนุษย์ทุกคนจะเห็นการกระทำของตนด้วยตัวของพวกเขาเอง และพระผู้เป็นเจ้าจะให้ผลตอบแทนต่อการกระทำของพวกเขาอย่างยุติธรรม ดังโองการที่กุรอาน (ซูเราะฮ์กะฮ์ฟิ โองการที่ 49)
และบันทึกการกระทำของทุกคนถูกวางไว้ในมือของเจ้าตัว แล้วเจ้าก็จะเห็นคนบาปทั้งหลายมีความประหวั่นกลัวเป็นที่สุด ต่อสิ่งที่มีอยู่ในนั้น และพวกเขาพูดว่า “โอ้ ความหายนะของเรา อะไรกันนี่ บันทึกนี้ไม่ละเลยแม้สิ่งเล็กน้อย และไม่ละเลย สิ่งใหญ่โต นอกจากได้บันทึกไว้อย่างครบถ้วน และพวกเขาได้พบสิ่งที่พวกเขาประพฤติไว้ มีปรากฏอยู่ในบันทึกนั้นทุกประการ และองค์อภิบาลของเจ้าไม่อธรรมแก่ผู้ใดเลย (ซูเราะฮ์กะฮ์ฟิ โองการที่ 49)
จนเมื่อพวกเขาได้มาถึงนรกแล้ว หูของพวกเขา ตาของพวกเขา และผิวกายของพวกเขาก็เป็นสักขีพยานแก่พวกเขา ในสิ่งที่พวกเขาได้เคยประพฤติมา และพวกเขาได้กล่าวแก่ผิวกายของพวกเขาว่า “เหตุใดพวกเจ้าจึงเป็นพยานทิ่มตำเรา” ผิวกายเหล่านั้นตอบว่า “อัลลอฮผู้ทรงบันดาลให้ทุก ๆ สิ่งพูดได้บันดาลให้เราพูดได้ และพระองค์ทรงบันดาลพวกท่านมาแต่ครั้งแรกเริ่ม และพวกท่านถูกนำตัวกลับมายังพระองค์” “และพวกท่านไม่ได้ปกปิดในการทำความชั่วช้าที่จะมิให้ตาของพวกท่าน มิให้หูของพวกท่าน และมิให้ผิวกายของพวกท่านได้รู้เห็นเป็นพยาน ในการกระทำนั้น ๆ แต่พวกท่านเข้าใจเอาว่า อัลลอฮไม่ทรงรู้ถึงการกระทำส่วนมากของพวกท่าน (ซูเราะฮ์ฟุศศิลัต โองการที่ 20-22)
เราได้คล้องภาระหน้าที่ของเขาไว้ในต้นคอของเขาแล้ว และเราจะนำออกมาแสดงต่อเขาในวันชาติหน้าซึ่งบัญชีบันทึกความประพฤติที่เขาได้พบมันถูกเปิดไว้เรียบร้อย เราตรัสแก่เขาว่า “เจ้าจงอ่านบันทึกของเจ้าซิ ในวันนี้ เพียงตัวเจ้าก็พอแล้วที่จะคำนวณเกี่ยวกับผลกรรมของเจ้าเอง” (ซูเราะฮ์บะนีอิสรออีล โองการที่ 13-14)
|
| Last Updated on Tuesday, 30 March 2010 05:05 |













