| บทเีรียนจากศาสดาผู้ซื่อสัตย์ |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Wednesday, 10 February 2010 06:30 |
![]() เวลารุ่งสางก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้า เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ชายเลี้ยงแกะกำลังครุ่นคิดว่าเขาจะพูดถึงเจตนารมณ์ของเขาต่อท่านศาสดา (ศ็อลฯ) อย่างไรดี แต่ทว่าก่อนหน้านี้เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว เขาจึงได้เดินเข้าไปหากลุ่มสาวกของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ครั้นเมื่อได้เห็นท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เขาได้มุ่งไปหาท่านศาสดา (ศ็อลฯ) อย่างไม่ลังเล และได้กล่าวสลามแด่ท่าน ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ตอบรับสลามของเขาอย่างอบอุ่น พร้อมกับหาที่นั่งให้กับเขาโดยนั่งอยู่ใกล้ ๆ กับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เหงื่อได้ไหลท่วมใบหน้าของเขาเนื่องจากความอาย ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ถามทุกข์สุขของเขาอย่างเป็นกันเอง และเขาก็ได้กล่าวตอบแก่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ท่ามกลางบรรยากาศของการสนทนาที่เป็นกันเองทำให้เขาซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงกล้าที่จะกล่าวขึ้นว่า : “โอ้ศาสนทูตที่เคารพ ! ฉันอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งแล้ว ฉันสนใจในตัวท่านและศาสนาของท่านเป็นพิเศษ ตอนนี้ฉันได้มาหาท่านเพื่อที่จะเข้ารับอิสลาม หากท่านเห็นว่าฉันมีความคู่ควร...”
ชายเลี้ยงแกะไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้า ใบหน้าของท่านนบี (ศ็อลฯ) ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน ท่านได้ส่งยิ้มให้เขา แล้วได้กล่าวเงื่อนไขในการเข้ารับอิสลามแก่เขาและในที่สุดเขาก็ได้กล่าวปฏิญาณตนเข้ารับอิสลาม... เขารู้สึกอิ่มเอิบ, มีชีวิตชีวาและอยากจะอยู่เคียงข้างกับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ทุก ๆ ชั่วขณะ ทันใดนั้นเขาได้นึกถึงบางสิ่งขึ้นมา เขาได้กล่าวว่า : “โอ้ศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลฯ) ฝูงแกะที่ท่านเห็นอยู่นี่เป็นของชาวยิว และฉันมีหน้าที่พาพวกมันไปกินหญ้าทุกวัน” ทันใดนั้นเขาได้นึกถึงความอดอยากและความหิวโหยของชาวมุสลิมขึ้นมา เขาจึงกล่าวต่ออีกว่า : “ในเมื่อตอนนี้มุสลิมตกอยู่ในความยากลำบากและต้องการเสบียงอาหารเป็นอย่างมาก ฉันจะขอมอบฝูงแกะให้พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากมัน เพื่อจะได้รับชัยชนะจากสงครามเร็วยิ่งขึ้น” เพราะขณะนั้น กองทัพของมุสลิมได้ปิดล้อมป้อมปราการ “คอยบัร” ของชาวยิวอยู่กดดันให้พวกเขายอมแพ้ ซึ่งทหารของมุสลืมเองก็อ่อนล้าจากสงคราม อีกทั้งยังขาดแคลนเสบียงอาหาร
แต่ทว่าคำดำรัสของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ทำให้ความคิดของเขาต้องหยุดชงักลง ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวด้วยคำพูดที่นุ่มนวลอย่างช้า ๆ แต่ชัดท้อยชัดคำว่า : “ฝูงแกะนี้ถูกฝากให้เจ้าเลี้ยง แม้ว่ามันจะเป็นของชาวยิวก็ตาม การคดโกงต่อสิ่งที่ถูกฝากไว้นั้น เป็นสิ่งต้องห้ามในศาสนาของเรา ดังนั้นจำเป็นที่เจ้าจะต้องเอาแกะเหล่านี้ไปคืนแก่เจ้าของของมัน” ชายเลี้ยงแกะไม่อาจจะกล่าวอะไรต่อไปอีก เขาครุ่นคิดด้วยความงุนงง แต่เมื่อเขาได้เห็นท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ทำในสิ่งที่ตัวของท่านเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ดวงใจของเขากลับเจิดจ้าด้วยกับรัศมีดั่งกับแสงตะวันที่เจิดจ้าพร้อมกับทำให้เขามีความดื่มดำและเชื่อมั่นต่อศาสนาอิสลามมากขึ้น เขาได้ขออนุญาตท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เพื่อนำฝูงแกะไปคืนให้กับเจ้าของ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ได้กลับมายังกองทัพของอิสลามอีกครั้ง หลังจากนั้น ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ยินเสียง ๆ หนึ่ง เป็นเสียงที่บ่งบอกว่าเป็นพระวจนะที่ถูกประทานมาจากพระผู้เป็นเจ้าที่กำลังตรัสกับท่านว่า : “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงใช้พวกเจ้าให้มอบคืนบรรดาของฝากแก่เจ้าของของมัน และเมื่อพวกเจ้าตัดสินความระหว่างผู้คน พวกเจ้าก็จะต้องตัดสินด้วยความยุติธรรม แท้จริงอัลลอฮ์ทรงแนะนำพวกเจ้าด้วยสิ่งซึ่งดีจริง ๆ แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงได้ยินและทรงเห็น” (นิซาอ์ / 58) ชายเลี้ยงแกะรู้สึกสบายใจ และภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาอยู่ภายใต้ศาสนาอิสลาม...
|
| Last Updated on Thursday, 25 March 2010 06:55 |















Comments
ไม่มีศาสนาไดจะป ระเสริฐเท่าศาสน าอิสลามของเราอี กแล้ว ภูมิใจที่ได้เกิ ดเป็นมุสลิม
RSS feed for comments to this post.