| สาสน์สุดท้าย กับ ปฐมบทแห่งผู้นำ |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Thursday, 28 January 2010 07:34 |
![]()
และอัลลอฮ์จะทรงคุ้มครองเจ้าให้พ้นจากมนุษย์ แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงชี้นำพวกปฏิเสธ” (ซูเราะฮ์มาอิดะฮ์ / 67) เนื่องจากการชี้นำของบรรดามะซูมีน (ผู้บริสุทธ์) จะต้องดำเนินต่อไป เฉกเช่นกับความเป็นนิรันดร์ของศาสนาอิสลาม และเพื่อไม่ให้สังคมอิสลามถูกปล่อยทิ้งโดยไร้ผู้ดูแล ดังนั้นความสำคัญของผู้นำที่เป็นมะซูม (ผู้บริสุทธ์) หลังจากที่ท่านศาสดาได้ล่วงลับไปแล้วนั้นได้ประจักษ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากมุสลิมจะต้องได้รับประโยชน์จากพวกเขา ศาสนาที่ปราศจากผู้นำ ก็เสมือนกับมนุษย์ที่ไร้ศรีษะนั้นเอง โองการให้ประกาศสาส์น อายะฮ์ที่ได้ถูกกล่าวมายังข้างต้นนั้น เป็นที่รู้จักในนามของ “อายะฮ์ตับลีก” ในอายะฮ์นี้ อัลลอฮ์บัญชาให้ศาสดาของพระองค์ประกาศสิ่งสำคัญให้กับมุสลิมได้รับทราบ ความสำคัญของการประกาศสาสน์นี้จะถูกเปิดเผยมากยิ่งขึ้นเมื่อพระองค์ได้ทรงตรัสว่าหากท่านศาสดาไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นแล้ว เสมือนกับว่าท่านไม่ได้ประกาศสารของพระองค์ อัลลามะฮ์ฏอบาฏอบาอี กล่าวว่า : อัลลอฮ์ทรงเน้นในการประกาศสาสน์นี้เป็นอย่างมาก ซึ่งพระองค์ไม่เคยกำชับท่านศาสดาในกรณีอื่นเช่นกรณีนี้ เช่นการเผชิญกับเหล่าบรรดามุชริกีน, การประกาศความเป็นเอกะของพระองค์ หรือการห้ามปรามจากการบูชาเจว็ด และท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ก็ไม่เคยเกรงกลัวใคร และได้ผ่านทุก ๆ สถานการณ์เล้วร้ายได้อย่างมีชัย ต้องคำนึงด้วยว่าอายะฮ์ดังกล่าวไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับอายะฮ์ก่อนและหลังจากอายะฮ์นี้ เนื่องจากในปีสุดท้ายของฮิจเราะฮ์นั้น ประชาชนชาวยิวและคริสเตียนที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรอาหรับต่างยอมรับอิสลาม พวกเขาไม่มีพิษภัยและอันตรายต่อศาสนาอิสลามแต่อย่างไร สาเหตุแห่งการประทานโองการนี้ ตำราตัฟซีรต่าง ๆ ได้คาดเดาเกี่ยวกับชะอ์นนุซูล (...) ของอายะฮ์ดังกล่าวไว้ 4 ประการ แต่ทว่าหนึ่งในการคาดเดาที่เป็นกุญแจสำคัญที่สุดเกี่ยวกับการประทานอายะฮ์ดังกล่าว ซึ่งตรงกับริวายะฮ์ (การรายงาน) ที่หลากหลายด้วยนั้น คือการแต่งตั้งให้ท่านอิมามอาลี (อ.) เป็นผู้นำนั้นเอง ซึ่งอัลกุรอานได้กล่าวในขั้นตอนแรกกับท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ไว้อย่างชัดเจนแล้ว เจ้าของตัฟซีร “ฏอบารี” – ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงฮิจญ์เราะฮ์ที่ 3 – กล่าวว่า : อายะฮ์นี้กล่าวถึงท่านอิมามอาลี (อ.) “ฟุรอต กูฟี” ก็กล่าวในตัฟซีรของเขาว่า : อายะอ์ดังกล่าวถูกประธานลงมาในวันฆอดีรคุม และได้กล่าวถึงวิลายะฮ์และการเป็นผู้นำของท่านอิมามอาลี (อ.) นอกจากนี้ “อาลี อิบรอฮีม กุมี” ก็ได้เขียนในตัฟซีรของเขาว่า : อายะอ์นี้ถูกประทานลงมาเกี่ยวกับท่านอาลี (อ.) ประมวลเหตุการณ์ ในปีที่ 10 ของฮิจเราะฮ์ หลังจากพิธี “ฮัจญะตุลวิดาอ์” (ฮัจญ์อำลา) ได้สิ้นสุดลง ท่านศาสดาจึงเดินทางกลับสู่นครมาดีนะฮ์พร้อมกับมุสลิมหลายหมื่นคน กองคาราวานได้ผ่านสถานที่พักระหว่างทางหลายแห่ง เมื่อใกล้จะถึงหมู่บ้าน “ญุฮ์ฟะฮ์” ญิบรออีลได้มาหาท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และได้กล่าวอายะฮ์ “...” กับท่าน (ศ็อลฯ) ในอายะฮ์นี้ อัลลอฮ์ได้สั่งให้ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) รีบประกาศสาส์นแต่งตั้งท่านอิมามอลี (อ.) ให้เป็นตัวแทนหลังจากท่าน ให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็ว ในที่สุดท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ก็มาถึงตำบล “ฆอดีรคุม” ท่านได้สั่งว่า “ผู้ที่เดินทางผ่านฆอดีรคุมไปแล้ว ให้รีบกลับมา และให้กองคาราวานที่เหลือรีบเร่งเดินทางให้ถึงที่นัดหมายโดยเร็ว” แสงอาทิตย์ได้สาดส่องลงมาดุจดังเคี่ยนที่ฟาดลงมาบนใบหน้าและเรือนร่างของกองคาราวาน ซึ่งสำแดงให้ประจักษ์ว่ากำลังจะมีเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในไม่ช้า โอ้พระผู้เป็นเจ้า! มันจะเกิดอะไรขึ้น? ใช่แล้ว ! ท่านศาสดาได้รับมอบหมายให้ประกาศโองการของพระผู้เป็นเจ้า โดยไม่ต้องหวั่นเกรงผู้ใด ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ขึ้นไปยืนบนอานอูฐ หลังจากกล่าวสรรเสริญอัลลอฮ์ ท่านจึงกล่าวว่า : “โอ้ประชาชนทั้งหลาย ! ฉันกำลังอยู่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ฉันกำลังจะจากพวกท่านไป โอ้ประชาชาติของฉัน! ฉันได้ประกาศทุกสิ่งทั้งที่เป็นฮะลาลและฮะรอมจากพระผู้เป็นเจ้าให้พวกท่านแล้ว... ฉันมีสิทธิเหนือพวกท่านใช่หรือไม ?” ประชาชนก็ได้ตอบว่า : “ใช่ ! โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์” และแล้ว ท่านนบีมูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) ได้ชูมือของอิมามอาลี (อ.) ขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า : “มันกุนตุเมาลา...ฯ ผู้ที่ฉันเป็นเมาลา (ผู้นำ) ของเขา อาลีก็เป็นเมาลาของเขาด้วยเช่นกัน” โอ้อัลลอฮ์ ! โปรดมอบความรักแก่ผู้ที่รักอาลี (อ.) และโปรดเป็นศัตรูกับผู้ที่เป็นศัตรูอาลี (อ.) โอ้พระผู้เป็นเจ้า ! โปรดให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ให้ความช่วยเหลืออาลี (อ.) และโปรดตัดความสัมพันธ์กับผู้ที่ทำให้เขาต่ำต้อยด้วยเถิด วจนะของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ที่กล่าวกับประชาชนว่า : “อะลัสตู เอาลาบิกุม... ฉันมีสิทธิเหนือพวกท่านใช่หรือไม่ ?” นั้น เพื่อที่ท่านจะสื่อประโยค “มันกุนตุเมาลา...” ว่าท่านอิมามอาลี (อ.) คือผู้นำและผู้ปกครองนั้นเอง เพราะหากต้องการที่จะสื่อหรือบอกว่าให้รักอิมามอาลี (อ.) ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเน้น และเรียกประชาชนให้มาชุมนุมในทะเลทรายอันร้อนระอุถึงขนาดนั้น ดังนั้น คำว่า “เมาลา” จะต้องเป็นความหมายแรก และชี้ให้เห็นถึงฐานภาพแห่งการเป็นผู้นำของท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี อลัยฮิสลาม นั่นเอง สาส์นจากอัลกุรอาน ดังนั้น เหตุการณ์ในฆอดีรคุมได้สำแดงให้ประจักษ์ถึงสาส์นแห่งอัลกุรอานต่อฐานภาพและบทบาทในการชี้นำของบรรดามะอ์ศูมีน (อลัยฮิมุสลาม) หลังการจากไปของท่านศาสดาว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้ที่สืบทอดเจตนารมณ์แห่งการสื่อสาส์นของพระองค์ต่อไปตราบถึงวันสิ้นโลก ดังที่คัมภีร์แห่งดำเนินวิถีชีวิตเล่มนี้ได้สาธยายและให้ความกระจ่างแจ้งต่อแนวทางที่ถูกต้องแก่ผู้ที่แสวงหาสัจธรรมทั้งมวล
|
| Last Updated on Tuesday, 30 March 2010 08:15 |













