Monday, 06 September 2010
เว็บไซต์สำหรับผู้แสวงหาสารธรรมแห่งกุรอาน - เนื้อหา - บทความพิเศษ - จริยธรรมท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)
จริยธรรมท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 25 January 2010 03:55

การจะเขียนเรื่องราวของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่แห่งมวลมนุษยชาติสักคนหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยทีเดียวโดยเฉพาะ อัตชีวะประวัติของท่านศาสดามุฮัมมัด

   ซึ่งท่านนั้นอยู่ในฐานะประมุขของมวลศาสนทุตของพระผู้เป็นเจ้า และยังเป็นศาสดาท่านสุดท้ายอีกด้วย  ดังนั้นเป็นงานที่ยากอย่างยิ่งต่อข้าพเจ้า  แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าความสามารถอันน้อยนิดของข้าพเจ้าจะกระทำได้คือการนำเสนอบางแง่มุมในบทบาทแห่งจริยวัตรและความประเสริฐของท่าน(ศ็อลฯ)

 


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เป็นศาสดาท่านสุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้ที่มาสานต่อเจตนารมณ์ของบรรดาศาสดาท่านก่อนๆในการเผยแผ่สาส์นแห่งพระผู้เป็นเจ้า  และนำสารธรรมที่มาจากพระผู้อภิบาลสู่มวลมนุษยชาติ         ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้นำความสมบูรณ์แห่งความเป็นศาสดาและศาสนทูต พร้อมกับได้นำความสมบูรณ์แบบทางด้านจริยธรรมอันงดงามสู่มวลมนุษยชาติ  นั่นคือเป้าหมายของการส่งท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)มาเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายของโลกนี้  และอีกประการหนึ่งคือ เรามุสลิมที่มีความศรัทธาและเชื่อว่าท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) เป็นหนึ่งจากบรรดาผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน ไร้ความบาป(มะอ์ศูม) ดังนั้นบุคลิกภาพที่ท่านได้แสดงออก และจริยวัตร(ซุนนะฮ์)ของท่าน ทุกอย่าง เต็มไปด้วยสาระแห่งการรู้ และสารัตถะแห่งทางนำ


ถึงแม้ว่าท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะโดดเด่นในเรื่องมารยาทอันงดงาม และจริยธรรมขั้นสูง แต่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้วิงวอนขอต่อพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) อยู่เป็นประจำให้พระองค์ประทานมารยาทและจริยธรรมอันดีงาม เพื่อเป็นอาภรณ์เครื่องประดับต่อท่าน ดังนี้ว่า...


“โอ้พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดประทานจริยธรรมอันงดงามแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด  และได้โปรดทำให้มารยาทที่ไม่ดีนั้นออกห่างจากตัวของข้าพระองค์ด้วยเถิด”


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ถูกถามว่า..” เพราะเหตุใดท่านจึงต้องวิงวอนขอพร ต่อพระองค์อยู่เป็นประจำ?”


ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวว่า” ฉันจะเป็นบ่าวผู้ที่จะขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้บ้างกระนั้นหรือ?


พระผู้เป็นเจ้า ได้ตรัสถึงสิทธิและฐานภาพอันยิ่งใหญ่ของศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไว้ว่า..


“และแท้จริงเจ้า(โอ้มุฮัมมัด)เป็นผู้ มีจริยธรรมที่สูงส่งยิ่ง”


ความถ่อมตนถือว่าเป็นบุคลิกภาพที่ดีงามและเป็นคุณลักษณะเฉพาะของศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เลยทีเดียวและถือเป็นจุดเด่นของท่านอีกด้วย  ดังมีรายงานว่า...ได้มีมะลาอิกะฮตนหนึ่งมาหาท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) แล้วกล่าวกับท่าน(ศ็อลฯ)ว่า


“องค์อัลลอฮ์(ซบ.)ได้ทรงให้ท่านเลือกว่าท่านอยากจะเป็นศาสดาที่มีบุคลิกภาพที่เรียบง่าย มีความเป็นกันเองกับผู้คน  หรือเป็นศาสดาเยี่ยงกษัตริย์ โดยมีสถานภาพเป็นประมุข(มีอำนาจและบารมี) “


มะลาอิกะฮ์ได้กล่าวต่อไปอีกว่า “ถ้าท่านเลือกที่จะเป็นศาสดาดังกษัตริย์ที่มีอำนาจบารมี เจ้าก็จะได้รับสิทธิ์นั้น  และยังจะได้รับกุญแจไขความเร้นลับต่างๆ ของชั้นฟ้าและแผ่นดิน อีกทั้งจะได้รับสถานภาพที่สำคัญต่างๆจากพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) อีกมากมาย”


แต่ทว่าศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ท่านได้เลือกที่จะเป็นศาสดาแบบเรียบง่าย ติดดิน  และอยู่กับประชาชนทั่วไป  บุคลิกภาพในด้านจริยธรรมและมารยาทอันงดงามของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)  สามารถจะนำมาเป็นแบบอย่างในการปฎิบัติได้ทุกๆด้านของการดำเนินชีวิต  เช่นในเรื่องส่วนตัว เรื่องสังคม มารยาทในการอยู่กับครอบครัว มารยาทการกินการดื่ม การเดิน การสวมใส่เสื้อผ้า การทักทาย  การร่วมพิธีฝังศพ การพบปะกับประชาชน กับผู้ยากไร้ ตลอดจนกับบรรดาเด็กและคนหนุ่มสาว ซึ่งท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ได้แสดงถึงบุคลิกภาพนี้ไว้อย่างดีงาม โดยเฉพาะความนอบน้อมถ่อมตนต่อผู้คนทั้งหลาย ซึ่งยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบได้


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้นั่งอยู่กับบรรดาสาวกอย่างเงียบง่ายและเป็นกันเอง ท่านไม่เคยเรียกร้องว่าต้องมีที่นั่งเป็นการเฉพาะสำหรับท่าน หรือไปนั่งสถานที่ ๆสูงกว่าบรรดาสาวก  และเมื่อท่าน(ศ็อลฯ)เข้าร่วมวงสนทนาเป็นคนสุดท้าย ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะปล่อยให้การสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ  โดยที่ท่าน(ศ็อลฯ)จะเริ่มสนทนากับสาวกเป็นคนสุดท้าย(เพื่อให้คนอื่นๆสนทนากันก่อน)


ถ้าในวงสนทนานั้นได้พูดกันถึงเรื่องทางโลก ท่านก็สนทนากับพวกเขาในเรื่องทางโลก ถ้าได้สนทนาเกี่ยวกับการกินหรือการดื่ม ท่านก็จะสนทนากับพวกเขาได้ในเรื่องนั้น ๆ


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่เคยแสดงความโกรธต่อบรรดาสาวก  และท่านได้กล่าวตักเตือนต่อเหล่าสาวกอยู่เสมอว่า...


“ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จะทรงรังเกียจต่อผู้ที่แสดงอาการโกรธหรือไม่พอใจต่อเพื่อนพี่น้องของเขา เมื่อได้พบปะหรือพูดคุย”


ท่านศาสนทูต (ศ็อลฯ) ) ยังได้พูดหยอกล้อกับบรรดาสาวก เพื่อแสดงออกถึงความเป็นกันเองและความเมตตา ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้พบปะกับท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ซึ่งพวกเขาจะไม่รู้สึกเขินอายหรือรู้สึกกลัวเมื่ออยู่ใกล้ชิดท่านศาสดา (ศ็อลฯ) หรือเมื่อมีปัญหาจะได้กล้าถามต่อท่านศาสดา(ศ็อลฯ)


ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จึงได้สั่งเสียกับบรรดาสาวกว่า... “การพูดหยอกล้อแบบเป็นกันเองถือว่าเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง จงรู้เถิดว่า การแสดงตนเป็นกันเอง(ต่อมิตรสหาย) โดยการพูดหยอกล้อกันฉันท์มิตร จะทำให้มิตรสหายของท่านมีความสุข”


แต่ทว่าท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะพูดหยอกล้อในสิ่งที่ถูกที่ควรเท่านั้น ไม่ใช่หลอกล้อในสิ่งที่ไร้สาระ ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ได้กล่าวต่อบรรดาสาวกเป็นประจำว่า ..


”อย่าได้พูดหยอกล้อ กับมิตรสหายของท่าน ด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ เพราะว่าฉันรักที่จะเห็นพวกท่านมีความอบอุ่นต่อกันและกัน และมีความเป็นกันเอง”


นี่คือคือบทเรียนอันยิ่งใหญ่และเป็นสารธรรมที่ทรงคุณค่า หนึ่งจากจรรยามารยาทของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)   ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ยังมีจริยธรรมอันงดงามอีกมากมาย เช่นท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่เคยนินทาและให้ร้ายต่อผู้อื่น และเมื่อนั่งร่วมวงสนทนากัน ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดในวงสนทนานินทาให้ร้ายผู้อื่น เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นบาป เมื่อท่าน(ศ็อลฯ)ไม่ทำบาป ท่านก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดทำบาปเช่นกัน


ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวว่า...”ฉันจะบอกให้พวกท่านรู้ว่าใครคือผู้ที่คล้ายกับฉันมากที่สุด? “

พวกเขากล่าวว่า “ใช่แล้ว โอ้ศาสนทูต(ศ็อลฯ)

ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวต่ออีกว่า..”บุลคลที่คล้ายกับฉันมากที่สุดคือผู้ที่มีมารยาทที่ดี ต่อผู้คนทั่วไป มีความอ่อนโยน มีเมตตาต่อมิตรสหายของเขามีความอดทนต่อสัจธรรม อีกทั้งดับความกริ้วโกรธต่อผู้อื่น ให้อภัยแก่ผู้อื่น และเป็นผู้ที่รักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมไม่ว่าในยามพอใจหรือในยามโกรธ”


และมารยาทอันงดงามอีกข้อหนึ่งของท่านศาสดมุอัมมัด(ศ็อลฯ) คือ ท่านจะยื่นมือให้สลามกับผู้อื่นก่อนที่คนอื่นจะให้สลามแก่ท่าน(ศ็อลฯ)และจะไม่ปล่อยมือจนกว่าคนนั้นจะปล่อยมือเสียก่อน


ทุกครั้งที่มีคนเขาในที่ประชุมและนั่งร่วมในที่นั้นท่านจะไม่ลุกขึ้นยืนก่อนจนกว่าแขกจะลุกขึ้นยืนและจนกว่าขออนุญาตกลับ  และหากท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ไม่เห็นหรือไม่พบสาวกเป็นเวลา 3 วัน    ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะรีบถามหาสาวกผู้นั้น และถ้ารู้ข่าวว่าเขาเดินทางไกล  ศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะขอดุอาอ์ให้เขาเดินทางปลอดภัย  และถ้าเขาอยู่ที่บ้าน ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะไปหาเขา   และถ้าหากสาวกคนนั้นเจ็บป่วย ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะไปเยี่ยมเขาที่บ้าน   ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จะเรียกสร้อยนามของบรรดาสาวก เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา ดังนั้นจรรยามารยาทอันสูงส่งของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)อีกประการหนี่งคือ การให้เกียรติต่อสาวกของท่านพร้อมกับมีความเป็นห่วงเป็นใย


ในหนังสือ” ตุฮัฟฟุลอูกูล” ได้กล่าวไว้ว่า  ...ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)กล่าวว่า...”แบบอย่าง(ซุนนะฮ์)ข้อหนึ่งของบรรดาลูกหลานของศาสนทูต คือใครที่ได้ฉ้อฉนกลั่นแก้ลงพวกเรา พวกเราก็จะให้อภัยและใครที่ได้ทอดทิ้ง(ให้เราอยู่อย่างเดียวดาย) เราก็จะให้การอุปการะ และช่วยเหลือเขา“


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่เคยมีสีหน้าบึ้งตึงหรือแสดงความเบื่อหน่ายต่อผู้ที่พบเห็น แต่ทว่าถ้าท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะโกรธใครสักคน ก็จะโกรธเพื่อองค์อัลลอฮ์(ซบ.)  ซึ่งท่านไม่เคยโกรธใครเพราะเรื่องส่วนตัว  ท่านไม่เคยกดขี่ผู้ใด  และถ้ามีใครมาขอโทษต่อท่าน (ศ็อลฯ) ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะให้อภัยและยกโทษให้แก่เขา


ท่านจะมีรอยยิ้มให้กับประชาชนหรือบางครั้งก็ได้หัวเราะออกมาเบา ๆ  นอกจากเวลาที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาหรือขณะที่ท่านได้เทศนาธรรม และถ้ามีใครมาขอความช่วยเหลือ  ซึ่งอาจจะมีปัญหาทางด้านการเงินหรืออุปสรรคอื่น ๆ ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะแสดงมารยาทที่ดี ไม่หยาบคายต่อพวกเขา ไม่ว่าจะเขาผู้นั้นจะเป็นทาสหรืออิสรชนก็ตาม   ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะไม่ส่งเสียงดังในขณะการเดินตลาด(ซื้อของ)และท่านจะไม่โต้ตอบกับคนที่ไม่หวังดีกับท่าน(ศ็อลฯ) ด้วยการทำไม่ดี


สำหรับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพที่ดีใจหรือโกรธ จะไม่แตกต่างกันเลยโดย ท่านจะพูดในสิ่งที่เป็นสัจธรรมเท่านั้น

เครื่องแต่งกายเช่นเสื้อผ้าอาภารณ์ของท่านศาสดาจะมีความเรียบง่าย สุภาพ สะอาด และท่านจะไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่ดีกว่าเสื้อผ้าของทาสรับใช้


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่เคยว่าร้ายใครและท่านก็ไม่อนุญาตให้ใครว่าร้ายผู้อื่น หรือประณามซึ่งกันและกัน

เมื่อท่าน (ศ็อลฯ) จะนมาซ ท่านจะนำน้ำมาทำวุฎูอ์ด้วยตัวของท่านเอง(ไม่รับสั่งให้สาวกนำน้ำมาให้) และท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะไม่เดินแซงหน้าต่อผู้อื่นและเมื่อท่านจะนั่ง ท่านก็ไม่นั่งพิง ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะช่วยเหลืองานบ้านจะเย็บเสื้อผ้าและรองเท้าของท่านเองและบางครั้งท่านศาสด(ศ็อลฯ)ยังได้ไปรีดนมแพะด้วยตัวของท่านเองอีกด้วย


ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จะเข้าไปช่วยเหลือคนรับใช้ทุกครั้งเมื่อเขาเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานบ้าน   ท่าน(ศ็อลฯ)จะนั่งรับประทานอาหารร่วมกับคนยากไร้ และท่านจะให้อาหารกับผู้ยากไร้ด้วยมือของท่านเอง ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะให้เกียรติและแสดงความเป็นมิตรกับคนมีฐานะดีด้วยเช่นกัน


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ก็จะไปเยี่ยมเยียนผู้ที่ได้ตัดญาติขาดมิตรกับท่าน ท่าน(ศ็อลฯ)จะไม่เคยแสดงตนในการตัดญาติขาดมิตรของญาติพี่น้องและพวกพ้อง


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)กล่าวว่า...”พระผู้อภิบาลของฉันได้บัญชาแก่ฉันว่า ให้ฉันมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้


1)ฉันจะกระทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อองค์อัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ทั้งที่ลับและที่แจ้ง


2)  ฉันจะให้อภัย แม้กับผู้ที่ฉ้อฉลต่อฉัน


3) ฉันจะให้การช่วยเหลือ แม้กับผู้ที่ทอดทิ้งให้ฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว


4) ฉันจะมีมิตรไมตรี แม้กับผู้ที่ตัดญาติขาดมิตรกับฉัน


5) ฉันก็จะนำทุกสิ่งที่ฉันเห็นมาเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์


1) ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะบริจาคทานให้แก่คนจนและผู้ยากไร้ในเดือนรอมฎอน และท่านจะรีบเร่งบริจาคโดยไม่ประวิงเวลา  มีรายงานว่า ...”มีสตรีนางหนึ่งได้ส่งลูกชายไปหาท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากท่าน  นางได้กล่าวกับลูกชายว่า “ถ้าหากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่สามารถจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ ก็ให้เจ้าขออะไรก็ได้ เพราะท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ไม่เคยปฎิเสธคำขอของใคร ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะให้เสื้อผ้าของท่าน(ศ็อลฯ) “   เมื่อลูกชายเขาก็ได้ไปหาท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) เขาก็ได้ปฎิบัติดังที่มารดาได้กล่าวกับเขา   แล้วท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็ได้ให้เสื้อของท่านแก่ชายผู้นั้น

ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะรับของกำนัล แต่จะไม่รับของบริจาคทาน


มีได้รายงานว่า  “ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้นัดหมายกับชายคนหนึ่งเพื่อไปพบปะที่ทะเลทรายแห่งหนึ่ง  และท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็ได้ไปยืนอยู่ตามที่ได้นัดหมาย  มีสาวกคนหนึ่งของท่านได้เห็นท่านยืนอยู่กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา สาวกผู้นั้นได้กล่าวกับศาสดา(ศ็อลฯ)ว่า..”โอ้ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ทำไมจึงมายืนอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุเช่นนี้เล่า ?”


ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ดำรัสว่า... “ สถานที่นัดหมายของเราอยู่ตรงนี้  ฉันจึงได้ยืนอยู่ที่นี่   ถ้าเขา(ผู้ที่ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ได้นัดหมายด้วย)ไม่มาตามที่นัดหมายไว้ ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับเขาเอง(ไม่ใช่ต่อตัวของฉัน)”

ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์(อามานะฮ์)เป็นอย่างมากแม้กระทั่งมีคนฝากเข็มและด้ายไว้ ท่านก็ยังเก็บไว้เป็นอย่างดีโดยจะนำไปคืนให้กับเจ้าของในสภาพที่สมบูรณ์ทุกประการ


ใครก็ตามได้ขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)  ถ้าท่าน(ศ็อลฯ)คิดว่าทำได้ ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะรีบตอบรับทันที แต่ถ้าท่าน(ศ็อลฯ)ไม่อยากจะทำสิ่งที่ได้ถูกขอมา ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะนิ่งเงียบและจะไม่พูดคำว่า”ไม่ “ซึ่งเป็นการปฎิเสธออกมาจากปากของท่าน(ศ็อลฯ)


มารยาทอันงดงามและยิ่งใหญ่ที่ได้กล่าวผ่านมานั้น เป็นการแสดงออกที่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)มีต่อประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นแบบฉบับอันดีงามที่ควรแก่การปฎิบัติ  แต่ความลุ่มลึกของจิตวิญญาณท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) จึงไม่มีเพียงแค่ภายนอกที่ได้แสดงออกให้เห็นเท่านั้น  แต่ทว่าในขณะที่ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ได้แสดงตนอันงดงามและมารยาทอันยิ่งใหญ่เหล่านั้นกับประชาชน หัวใจของท่าน(ศ็อลฯ)ได้มุ่งสู่การภักดีและมีความใกล้ชิดต่อพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.)ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งและผู้ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของท่าน  นั่นก็คือความเป็นผู้หยั่งรู้ทางด้านจิตวิญญาณขั้นสูง ซึ่งหัวใจของท่านจะอยู่กับพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.)เท่านั้น    และบางครั้งท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)รักที่จะนั่งอยู่ตามลำพังกับพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) (โดยการอิบาดะฮ์และดุอา)   และท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะกล่าว “ซุบฮานัลลอฮ์ (พระมหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ (ซบ.) )เป็นประจำในขณะยืน นั่ง หรือในขณะเดิน

ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ดำรัสว่า “ พระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) ได้ทรงบัญชาที่จะให้ฉันมีคุณลักษณะต่างๆดังต่อไปนี้


1 ให้มีความรักต่อคนยากจนและอยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา


2ให้กล่าวว่า “ลาเฮาลาวะลากุวาต่าอิลลา บิลลาฮ์.....”


3 ให้ประสานสัมพันธ์กับญาติของฉัน ถึงแม้พวกเขาได้ตัดความสัมพันธ์กับฉันก็ตาม


4 เกี่ยวกับปัญหาทางด้านโลกดุนยาให้มองผู้ที่ต่ำกว่าฉันและอย่าได้มองคนที่สูงกว่า


5 อย่าได้กล่าวตำหนิต่อบุคคลอื่นในเรื่องที่กระทำเพื่ออัลลอฮ์(ซบ.)


6 จงพูดความจริงถึงแม้จะขมขื่นก็ตาม


7 อย่าได้ขอสิ่งใดจากผู้อื่น(ที่แสดงออกถึงความต่ำต้อย)


ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ดำรัสอีกว่า ....


“ตราบเท่าที่มีความสามารถอยู่จงเพียรพยายามทั้งกลางวันและกลางคืน(ในการหาเลี้ยงชีพ)เถิด อย่าได้มีเจตนาคิดจะหลอกลวงผู้อื่นอย่างเด็ดขาด นี่คือซุนนะฮ์แบบฉบับของฉันใครก็ตามที่ได้ฟื้นฟูซุนนะฮ์ของฉันก็เท่ากับทำให้ฉันมีชีวิตตลอดไป และใครก็ตามที่ทำให้ฉันมีชีวิตสืบไป สวรรค์ย่อมเป็นของเขา”….


 

Last Updated on Thursday, 18 February 2010 14:28
 

Add comment


Security code
Refresh

ความคิดเห็นล่าสุด

RSS

ความโปรดปรานของพระเจ้าต่อวงศ์วานอิสรออีล

เนื่องจากฟิรเอาน์ถูกยุยงส่งเสริมจากบุคคลรอบข้าง ให้ใช้ความรุนแรงเข้มงวดกับวงศ์วานอิสรออีล

บัญชีชีวิต

News image

เมื่อวันแห่งการรับใบประกาศผลการเรียนมาถึง พวกเราส่วนใหญ่จะผ่านประสบการณ์และผ่านความรู้สึกในวันนั้นมากันทุกคน

ท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) กับอัล กุรอาน

News image

การแสวงหาวิชาความรู้และการมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆนั้นมิได้จำเพาะเจาะจงไว้แต่เพียงเพศใดเพศหนึ่ง การค้นคว้าศึกษาอัล กุรอาน  

บทเีรียนจากศาสดาผู้ซื่อสัตย์

News image

เวลารุ่งสางก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้า เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)

สาสน์สุดท้าย กับ ปฐมบทแห่งผู้นำ

News image

โอ้ ร่อซูลเอ๋ย ! จงประกาศสิ่งที่ถูกประทานจากพระผู้อภิบาลของเจ้า ถ้าเจ้ามิได้ประกาศมันเจ้าก็มิได้ประกาศสาส์นของพระองค์  

จริยธรรมท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)

News image

การจะเขียนเรื่องราวของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่แห่งมวลมนุษยชาติสักคนหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยทีเดียวโดยเฉพาะ อัตชีวะประวัติของท่านศาสดามุฮัมมัด

รางวัลของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)

News image

หลายโองการในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่บ่งบอกว่าบรรดาศาสดามิได้ขอและปรารถนารางวัลใดๆ

การสร้างผู้หญิงและผู้ชาย

News image

โครงสร้างในการสร้างผู้หญิงและผู้ชายนั้นมาจากจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกระนั้นหรือ ?

ผลลัพท์ของการท่องจำอัลกุรอาน

News image

การท่องจำอัลกุรอานย่อมมีผลลัพท์เหมือนกับการอ่านอัลกุรอาน

อิมามฮุซัยน์ กับความผูกพันธ์กับกุรอาน

News image

ความผูกพันของมนุษย์ต่อสิ่งๆ หนึ่ง มีความสำคัญตรงที่ว่ามนุษย์ต้องมีความเชื่อต่อสิ่งๆ นั้นด้วย ผู้ที่มีความเชื่อและมีความรักต่ออัลลอฮ์หัวใจของเขารำลึกถึงพระองค์อยู่ตลอด

เดือนรอมฎอนกับการถือศิลอด

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีคุณสมบัติพิเศษเหนือเดือนทั้งหลายเป็นเดือนที่พระเจ้าทรงประทานกุรอาน

เดือนรอมฎอนกับประทานอัลกุรอาน

“เดือนรอมฏอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกรุ-อานได้ถูกประทานลงมาในฐานะเป็นทางนำสำหรับมนุษย์

การกุรบานในอิสลาม

การกุรบานเป็นอิบาดะฮ์หนึ่งจากอิบาดะฮ์ด้านทรัพย์สินและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอิสลาม

คุณสมบัติของผู้ศรัทธาในกุรอาน

เว็บติบยาน ซึ่งดูแลโดยองค์กรการเผยแผ่อิสลาม นำเสนอบทความคุณสมบัติของผู้ศรัทธาในกุรอาน

คำว่า “ฮิดายะฮ์

คำว่า “ฮิดายะฮ์” และคำต่างๆ ที่แตกออกมาจากคำนี้ กุรอานได้ใช้ควบคู่กับคำสันธานว่า

ปริศนาการสร้างโลก

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีรายละเอียดมากมายที่บรรดานักอรรถาธิบายกุรอานได้ชี้แจงไว้

การนมาซ

โองการต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงความวาญิบ (จำเป็น) และการนอบน้อมถ่อมตนในนมาซ

อิคลาส

อิคลาส หมายถึง การทำให้ความตั้งใจของเราบริสุทธิ์ ปราศจากความโสมมทั้งหลาย

ความขันติในมุมมองของอิสลาม 1

มุฮักกิก ฏูซี ถือว่า ความขันติ คือการควบคุมจิตของตนให้หลุดพ้น

ความก้าวหน้าทางวิชาการ

ความก้าวหน้าทางวิชาการ ช่วยสร้างความเข้าใจในประเด็นที่ยังคลุมเครืออยู่ของอัล กุรอาน

สิ่งที่ทำให้มนุษย์หลงลืมโลกหน้า

การปฏิเสธความเชื่อเกี่ยวกับการตอบแทนการกระทำในโลกหน้า

ใครบ้างที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงรัก?

“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) หากพวกท่านรักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน

7 โองการกับวีธีการปฏิบัติต่อพ่อแม่

กุรอานสั่งเสียมนุษย์ถึงเรื่องการทำดีต่อพ่อแม่ไว้ในหลายโองการด้วยกัน

เตรียมตัวขึ้นศาล

ผู้พิพากษา: อัลลอฮ์ผู้ทรงสิทธิ์ในการตัดสิน โจทย์: ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)

ลุกมานสอนลูก

การย้อนกลับไปศึกษาถึงวิถีชีวิตของบรรดานักปราชญ์นั้น จะพบสัจธรรมอันหนึ่งที่ว่า

More in: บทความพิเศษ

100%
-
+
30
Show options

Quran Facebook

Quranrasul On Facebook

About US

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษากุรอาน อัรรอซูลุลอะอ์ซอม(ศ๊อลฯ) ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาพระมหาคัมภีร์ อัลกุรอานในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าการอ่าน, ตัจญวีด, ความหมาย, อุลูมกุรอาน, ตลอดจนการอรรถาธิบายอัลกุรอาน นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นที่จะนำมาซึ่งข้อพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่และการเป็นทางนำของคัมภีร์เล่มนี้สำหรับบุคคลทั่วไป

และหากท่านมีขอเสนอแนะใดๆ สามารถติดต่อได้ที่

อีเมล์: info@quranrasul.com