| จริยธรรมท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Monday, 25 January 2010 03:55 |
|
ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เป็นศาสดาท่านสุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้ที่มาสานต่อเจตนารมณ์ของบรรดาศาสดาท่านก่อนๆในการเผยแผ่สาส์นแห่งพระผู้เป็นเจ้า และนำสารธรรมที่มาจากพระผู้อภิบาลสู่มวลมนุษยชาติ ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้นำความสมบูรณ์แห่งความเป็นศาสดาและศาสนทูต พร้อมกับได้นำความสมบูรณ์แบบทางด้านจริยธรรมอันงดงามสู่มวลมนุษยชาติ นั่นคือเป้าหมายของการส่งท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)มาเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายของโลกนี้ และอีกประการหนึ่งคือ เรามุสลิมที่มีความศรัทธาและเชื่อว่าท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) เป็นหนึ่งจากบรรดาผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน ไร้ความบาป(มะอ์ศูม) ดังนั้นบุคลิกภาพที่ท่านได้แสดงออก และจริยวัตร(ซุนนะฮ์)ของท่าน ทุกอย่าง เต็มไปด้วยสาระแห่งการรู้ และสารัตถะแห่งทางนำ ถึงแม้ว่าท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะโดดเด่นในเรื่องมารยาทอันงดงาม และจริยธรรมขั้นสูง แต่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้วิงวอนขอต่อพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) อยู่เป็นประจำให้พระองค์ประทานมารยาทและจริยธรรมอันดีงาม เพื่อเป็นอาภรณ์เครื่องประดับต่อท่าน ดังนี้ว่า... “โอ้พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดประทานจริยธรรมอันงดงามแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด และได้โปรดทำให้มารยาทที่ไม่ดีนั้นออกห่างจากตัวของข้าพระองค์ด้วยเถิด” ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ถูกถามว่า..” เพราะเหตุใดท่านจึงต้องวิงวอนขอพร ต่อพระองค์อยู่เป็นประจำ?” ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวว่า” ฉันจะเป็นบ่าวผู้ที่จะขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้บ้างกระนั้นหรือ? พระผู้เป็นเจ้า ได้ตรัสถึงสิทธิและฐานภาพอันยิ่งใหญ่ของศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไว้ว่า.. “และแท้จริงเจ้า(โอ้มุฮัมมัด)เป็นผู้ มีจริยธรรมที่สูงส่งยิ่ง” ความถ่อมตนถือว่าเป็นบุคลิกภาพที่ดีงามและเป็นคุณลักษณะเฉพาะของศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เลยทีเดียวและถือเป็นจุดเด่นของท่านอีกด้วย ดังมีรายงานว่า...ได้มีมะลาอิกะฮตนหนึ่งมาหาท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) แล้วกล่าวกับท่าน(ศ็อลฯ)ว่า “องค์อัลลอฮ์(ซบ.)ได้ทรงให้ท่านเลือกว่าท่านอยากจะเป็นศาสดาที่มีบุคลิกภาพที่เรียบง่าย มีความเป็นกันเองกับผู้คน หรือเป็นศาสดาเยี่ยงกษัตริย์ โดยมีสถานภาพเป็นประมุข(มีอำนาจและบารมี) “ มะลาอิกะฮ์ได้กล่าวต่อไปอีกว่า “ถ้าท่านเลือกที่จะเป็นศาสดาดังกษัตริย์ที่มีอำนาจบารมี เจ้าก็จะได้รับสิทธิ์นั้น และยังจะได้รับกุญแจไขความเร้นลับต่างๆ ของชั้นฟ้าและแผ่นดิน อีกทั้งจะได้รับสถานภาพที่สำคัญต่างๆจากพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) อีกมากมาย” แต่ทว่าศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ท่านได้เลือกที่จะเป็นศาสดาแบบเรียบง่าย ติดดิน และอยู่กับประชาชนทั่วไป บุคลิกภาพในด้านจริยธรรมและมารยาทอันงดงามของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) สามารถจะนำมาเป็นแบบอย่างในการปฎิบัติได้ทุกๆด้านของการดำเนินชีวิต เช่นในเรื่องส่วนตัว เรื่องสังคม มารยาทในการอยู่กับครอบครัว มารยาทการกินการดื่ม การเดิน การสวมใส่เสื้อผ้า การทักทาย การร่วมพิธีฝังศพ การพบปะกับประชาชน กับผู้ยากไร้ ตลอดจนกับบรรดาเด็กและคนหนุ่มสาว ซึ่งท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ได้แสดงถึงบุคลิกภาพนี้ไว้อย่างดีงาม โดยเฉพาะความนอบน้อมถ่อมตนต่อผู้คนทั้งหลาย ซึ่งยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบได้ ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้นั่งอยู่กับบรรดาสาวกอย่างเงียบง่ายและเป็นกันเอง ท่านไม่เคยเรียกร้องว่าต้องมีที่นั่งเป็นการเฉพาะสำหรับท่าน หรือไปนั่งสถานที่ ๆสูงกว่าบรรดาสาวก และเมื่อท่าน(ศ็อลฯ)เข้าร่วมวงสนทนาเป็นคนสุดท้าย ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะปล่อยให้การสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ท่าน(ศ็อลฯ)จะเริ่มสนทนากับสาวกเป็นคนสุดท้าย(เพื่อให้คนอื่นๆสนทนากันก่อน) ถ้าในวงสนทนานั้นได้พูดกันถึงเรื่องทางโลก ท่านก็สนทนากับพวกเขาในเรื่องทางโลก ถ้าได้สนทนาเกี่ยวกับการกินหรือการดื่ม ท่านก็จะสนทนากับพวกเขาได้ในเรื่องนั้น ๆ ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่เคยแสดงความโกรธต่อบรรดาสาวก และท่านได้กล่าวตักเตือนต่อเหล่าสาวกอยู่เสมอว่า... “ พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) จะทรงรังเกียจต่อผู้ที่แสดงอาการโกรธหรือไม่พอใจต่อเพื่อนพี่น้องของเขา เมื่อได้พบปะหรือพูดคุย” ท่านศาสนทูต (ศ็อลฯ) ) ยังได้พูดหยอกล้อกับบรรดาสาวก เพื่อแสดงออกถึงความเป็นกันเองและความเมตตา ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้พบปะกับท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ซึ่งพวกเขาจะไม่รู้สึกเขินอายหรือรู้สึกกลัวเมื่ออยู่ใกล้ชิดท่านศาสดา (ศ็อลฯ) หรือเมื่อมีปัญหาจะได้กล้าถามต่อท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จึงได้สั่งเสียกับบรรดาสาวกว่า... “การพูดหยอกล้อแบบเป็นกันเองถือว่าเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง จงรู้เถิดว่า การแสดงตนเป็นกันเอง(ต่อมิตรสหาย) โดยการพูดหยอกล้อกันฉันท์มิตร จะทำให้มิตรสหายของท่านมีความสุข” แต่ทว่าท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะพูดหยอกล้อในสิ่งที่ถูกที่ควรเท่านั้น ไม่ใช่หลอกล้อในสิ่งที่ไร้สาระ ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ได้กล่าวต่อบรรดาสาวกเป็นประจำว่า .. ”อย่าได้พูดหยอกล้อ กับมิตรสหายของท่าน ด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ เพราะว่าฉันรักที่จะเห็นพวกท่านมีความอบอุ่นต่อกันและกัน และมีความเป็นกันเอง” นี่คือคือบทเรียนอันยิ่งใหญ่และเป็นสารธรรมที่ทรงคุณค่า หนึ่งจากจรรยามารยาทของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ยังมีจริยธรรมอันงดงามอีกมากมาย เช่นท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่เคยนินทาและให้ร้ายต่อผู้อื่น และเมื่อนั่งร่วมวงสนทนากัน ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดในวงสนทนานินทาให้ร้ายผู้อื่น เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นบาป เมื่อท่าน(ศ็อลฯ)ไม่ทำบาป ท่านก็จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดทำบาปเช่นกัน ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวว่า...”ฉันจะบอกให้พวกท่านรู้ว่าใครคือผู้ที่คล้ายกับฉันมากที่สุด? “ พวกเขากล่าวว่า “ใช่แล้ว โอ้ศาสนทูต(ศ็อลฯ) ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวต่ออีกว่า..”บุลคลที่คล้ายกับฉันมากที่สุดคือผู้ที่มีมารยาทที่ดี ต่อผู้คนทั่วไป มีความอ่อนโยน มีเมตตาต่อมิตรสหายของเขามีความอดทนต่อสัจธรรม อีกทั้งดับความกริ้วโกรธต่อผู้อื่น ให้อภัยแก่ผู้อื่น และเป็นผู้ที่รักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมไม่ว่าในยามพอใจหรือในยามโกรธ” และมารยาทอันงดงามอีกข้อหนึ่งของท่านศาสดมุอัมมัด(ศ็อลฯ) คือ ท่านจะยื่นมือให้สลามกับผู้อื่นก่อนที่คนอื่นจะให้สลามแก่ท่าน(ศ็อลฯ)และจะไม่ปล่อยมือจนกว่าคนนั้นจะปล่อยมือเสียก่อน ทุกครั้งที่มีคนเขาในที่ประชุมและนั่งร่วมในที่นั้นท่านจะไม่ลุกขึ้นยืนก่อนจนกว่าแขกจะลุกขึ้นยืนและจนกว่าขออนุญาตกลับ และหากท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ไม่เห็นหรือไม่พบสาวกเป็นเวลา 3 วัน ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะรีบถามหาสาวกผู้นั้น และถ้ารู้ข่าวว่าเขาเดินทางไกล ศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะขอดุอาอ์ให้เขาเดินทางปลอดภัย และถ้าเขาอยู่ที่บ้าน ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะไปหาเขา และถ้าหากสาวกคนนั้นเจ็บป่วย ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะไปเยี่ยมเขาที่บ้าน ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จะเรียกสร้อยนามของบรรดาสาวก เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา ดังนั้นจรรยามารยาทอันสูงส่งของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)อีกประการหนี่งคือ การให้เกียรติต่อสาวกของท่านพร้อมกับมีความเป็นห่วงเป็นใย ในหนังสือ” ตุฮัฟฟุลอูกูล” ได้กล่าวไว้ว่า ...ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)กล่าวว่า...”แบบอย่าง(ซุนนะฮ์)ข้อหนึ่งของบรรดาลูกหลานของศาสนทูต คือใครที่ได้ฉ้อฉนกลั่นแก้ลงพวกเรา พวกเราก็จะให้อภัยและใครที่ได้ทอดทิ้ง(ให้เราอยู่อย่างเดียวดาย) เราก็จะให้การอุปการะ และช่วยเหลือเขา“ ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่เคยมีสีหน้าบึ้งตึงหรือแสดงความเบื่อหน่ายต่อผู้ที่พบเห็น แต่ทว่าถ้าท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะโกรธใครสักคน ก็จะโกรธเพื่อองค์อัลลอฮ์(ซบ.) ซึ่งท่านไม่เคยโกรธใครเพราะเรื่องส่วนตัว ท่านไม่เคยกดขี่ผู้ใด และถ้ามีใครมาขอโทษต่อท่าน (ศ็อลฯ) ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะให้อภัยและยกโทษให้แก่เขา ท่านจะมีรอยยิ้มให้กับประชาชนหรือบางครั้งก็ได้หัวเราะออกมาเบา ๆ นอกจากเวลาที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาหรือขณะที่ท่านได้เทศนาธรรม และถ้ามีใครมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งอาจจะมีปัญหาทางด้านการเงินหรืออุปสรรคอื่น ๆ ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะแสดงมารยาทที่ดี ไม่หยาบคายต่อพวกเขา ไม่ว่าจะเขาผู้นั้นจะเป็นทาสหรืออิสรชนก็ตาม ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะไม่ส่งเสียงดังในขณะการเดินตลาด(ซื้อของ)และท่านจะไม่โต้ตอบกับคนที่ไม่หวังดีกับท่าน(ศ็อลฯ) ด้วยการทำไม่ดี สำหรับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพที่ดีใจหรือโกรธ จะไม่แตกต่างกันเลยโดย ท่านจะพูดในสิ่งที่เป็นสัจธรรมเท่านั้น เครื่องแต่งกายเช่นเสื้อผ้าอาภารณ์ของท่านศาสดาจะมีความเรียบง่าย สุภาพ สะอาด และท่านจะไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่ดีกว่าเสื้อผ้าของทาสรับใช้ ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่เคยว่าร้ายใครและท่านก็ไม่อนุญาตให้ใครว่าร้ายผู้อื่น หรือประณามซึ่งกันและกัน เมื่อท่าน (ศ็อลฯ) จะนมาซ ท่านจะนำน้ำมาทำวุฎูอ์ด้วยตัวของท่านเอง(ไม่รับสั่งให้สาวกนำน้ำมาให้) และท่านศาสดา(ศ็อลฯ)จะไม่เดินแซงหน้าต่อผู้อื่นและเมื่อท่านจะนั่ง ท่านก็ไม่นั่งพิง ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะช่วยเหลืองานบ้านจะเย็บเสื้อผ้าและรองเท้าของท่านเองและบางครั้งท่านศาสด(ศ็อลฯ)ยังได้ไปรีดนมแพะด้วยตัวของท่านเองอีกด้วย ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จะเข้าไปช่วยเหลือคนรับใช้ทุกครั้งเมื่อเขาเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานบ้าน ท่าน(ศ็อลฯ)จะนั่งรับประทานอาหารร่วมกับคนยากไร้ และท่านจะให้อาหารกับผู้ยากไร้ด้วยมือของท่านเอง ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะให้เกียรติและแสดงความเป็นมิตรกับคนมีฐานะดีด้วยเช่นกัน ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ก็จะไปเยี่ยมเยียนผู้ที่ได้ตัดญาติขาดมิตรกับท่าน ท่าน(ศ็อลฯ)จะไม่เคยแสดงตนในการตัดญาติขาดมิตรของญาติพี่น้องและพวกพ้อง ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)กล่าวว่า...”พระผู้อภิบาลของฉันได้บัญชาแก่ฉันว่า ให้ฉันมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้ 1)ฉันจะกระทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อองค์อัลลอฮ์เพียงผู้เดียว ทั้งที่ลับและที่แจ้ง 2) ฉันจะให้อภัย แม้กับผู้ที่ฉ้อฉลต่อฉัน 3) ฉันจะให้การช่วยเหลือ แม้กับผู้ที่ทอดทิ้งให้ฉันอยู่อย่างโดดเดี่ยว 4) ฉันจะมีมิตรไมตรี แม้กับผู้ที่ตัดญาติขาดมิตรกับฉัน 5) ฉันก็จะนำทุกสิ่งที่ฉันเห็นมาเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์ 1) ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะบริจาคทานให้แก่คนจนและผู้ยากไร้ในเดือนรอมฎอน และท่านจะรีบเร่งบริจาคโดยไม่ประวิงเวลา มีรายงานว่า ...”มีสตรีนางหนึ่งได้ส่งลูกชายไปหาท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากท่าน นางได้กล่าวกับลูกชายว่า “ถ้าหากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ไม่สามารถจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ ก็ให้เจ้าขออะไรก็ได้ เพราะท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ไม่เคยปฎิเสธคำขอของใคร ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็จะให้เสื้อผ้าของท่าน(ศ็อลฯ) “ เมื่อลูกชายเขาก็ได้ไปหาท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) เขาก็ได้ปฎิบัติดังที่มารดาได้กล่าวกับเขา แล้วท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็ได้ให้เสื้อของท่านแก่ชายผู้นั้น ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะรับของกำนัล แต่จะไม่รับของบริจาคทาน มีได้รายงานว่า “ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้นัดหมายกับชายคนหนึ่งเพื่อไปพบปะที่ทะเลทรายแห่งหนึ่ง และท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ก็ได้ไปยืนอยู่ตามที่ได้นัดหมาย มีสาวกคนหนึ่งของท่านได้เห็นท่านยืนอยู่กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา สาวกผู้นั้นได้กล่าวกับศาสดา(ศ็อลฯ)ว่า..”โอ้ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ทำไมจึงมายืนอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุเช่นนี้เล่า ?” ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ดำรัสว่า... “ สถานที่นัดหมายของเราอยู่ตรงนี้ ฉันจึงได้ยืนอยู่ที่นี่ ถ้าเขา(ผู้ที่ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ได้นัดหมายด้วย)ไม่มาตามที่นัดหมายไว้ ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับเขาเอง(ไม่ใช่ต่อตัวของฉัน)” ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์(อามานะฮ์)เป็นอย่างมากแม้กระทั่งมีคนฝากเข็มและด้ายไว้ ท่านก็ยังเก็บไว้เป็นอย่างดีโดยจะนำไปคืนให้กับเจ้าของในสภาพที่สมบูรณ์ทุกประการ ใครก็ตามได้ขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ถ้าท่าน(ศ็อลฯ)คิดว่าทำได้ ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะรีบตอบรับทันที แต่ถ้าท่าน(ศ็อลฯ)ไม่อยากจะทำสิ่งที่ได้ถูกขอมา ท่าน(ศ็อลฯ)ก็จะนิ่งเงียบและจะไม่พูดคำว่า”ไม่ “ซึ่งเป็นการปฎิเสธออกมาจากปากของท่าน(ศ็อลฯ) มารยาทอันงดงามและยิ่งใหญ่ที่ได้กล่าวผ่านมานั้น เป็นการแสดงออกที่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)มีต่อประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นแบบฉบับอันดีงามที่ควรแก่การปฎิบัติ แต่ความลุ่มลึกของจิตวิญญาณท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) จึงไม่มีเพียงแค่ภายนอกที่ได้แสดงออกให้เห็นเท่านั้น แต่ทว่าในขณะที่ท่านศาสดา(ศ็อลฯ)ได้แสดงตนอันงดงามและมารยาทอันยิ่งใหญ่เหล่านั้นกับประชาชน หัวใจของท่าน(ศ็อลฯ)ได้มุ่งสู่การภักดีและมีความใกล้ชิดต่อพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.)ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งและผู้ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของท่าน นั่นก็คือความเป็นผู้หยั่งรู้ทางด้านจิตวิญญาณขั้นสูง ซึ่งหัวใจของท่านจะอยู่กับพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.)เท่านั้น และบางครั้งท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)รักที่จะนั่งอยู่ตามลำพังกับพระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) (โดยการอิบาดะฮ์และดุอา) และท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)จะกล่าว “ซุบฮานัลลอฮ์ (พระมหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ (ซบ.) )เป็นประจำในขณะยืน นั่ง หรือในขณะเดิน ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ดำรัสว่า “ พระองค์อัลลอฮ์(ซบ.) ได้ทรงบัญชาที่จะให้ฉันมีคุณลักษณะต่างๆดังต่อไปนี้ 1 ให้มีความรักต่อคนยากจนและอยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา 2ให้กล่าวว่า “ลาเฮาลาวะลากุวาต่าอิลลา บิลลาฮ์.....” 3 ให้ประสานสัมพันธ์กับญาติของฉัน ถึงแม้พวกเขาได้ตัดความสัมพันธ์กับฉันก็ตาม 4 เกี่ยวกับปัญหาทางด้านโลกดุนยาให้มองผู้ที่ต่ำกว่าฉันและอย่าได้มองคนที่สูงกว่า 5 อย่าได้กล่าวตำหนิต่อบุคคลอื่นในเรื่องที่กระทำเพื่ออัลลอฮ์(ซบ.) 6 จงพูดความจริงถึงแม้จะขมขื่นก็ตาม 7 อย่าได้ขอสิ่งใดจากผู้อื่น(ที่แสดงออกถึงความต่ำต้อย) ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ดำรัสอีกว่า .... “ตราบเท่าที่มีความสามารถอยู่จงเพียรพยายามทั้งกลางวันและกลางคืน(ในการหาเลี้ยงชีพ)เถิด อย่าได้มีเจตนาคิดจะหลอกลวงผู้อื่นอย่างเด็ดขาด นี่คือซุนนะฮ์แบบฉบับของฉันใครก็ตามที่ได้ฟื้นฟูซุนนะฮ์ของฉันก็เท่ากับทำให้ฉันมีชีวิตตลอดไป และใครก็ตามที่ทำให้ฉันมีชีวิตสืบไป สวรรค์ย่อมเป็นของเขา”….
|
| Last Updated on Thursday, 18 February 2010 14:28 |













