Sunday, 05 September 2010
เว็บไซต์สำหรับผู้แสวงหาสารธรรมแห่งกุรอาน - เนื้อหา - บทความพิเศษ - รางวัลของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)
รางวัลของท่านศาสดา(ศ็อลฯ) PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 25 January 2010 03:49

หลายโองการในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่บ่งบอกว่าบรรดาศาสดามิได้ขอและปรารถนารางวัลใดๆ

จากภารกิจของการเผยแพร่ศาสนาเลยจากประชาชาติของท่าน นอกจากรางวัลที่ได้รับมาจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เท่านั้น    กล่าวคือโองการต่างๆเหล่านี้ได้บอกถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของการเผยแพร่ศาสนาของบรรดาศาสดา    แต่ทว่ากรณีของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) มีอยู่สองกรณีซึ่งแตกต่างจากศาสดาท่านอื่นๆ

 

ซึ่งถือเป็นข้อยกเว้น  แต่ทั้งสองกรณีที่แตกต่างออกไปนั้นย่อมมีเหตุผลของความแตกต่างโดยจะได้กล่าวต่อไป

ดังนั้นโองการ “มะวัดดะตะฟิ้ลกุรบา”ถือเป็นโองการที่สำคัญที่สุดในหัวข้อที่กล่าวมาข้างต้น   และมีเหตุผลเฉพาะตัวที่ท่านศาสดา(ศ็อลฯ) ได้ให้ความสำคัญต่อ “มะวัดดะตะฟิ้ลกรุบา”เป็นพิเศษ ซึ่งบรรดาอุละมาอ์ได้มีทัศนะมากมายที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้เราจะได้อธิบายถึงโองการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโองการ “มะวัดดะตะฟิ้ลกรุบา”และรวมถึงฮะดีษต่างๆที่ได้พูดถึงโองการ “มะวัดดะตะฟิ้ลกรุบา”

องค์อัลลอฮ์(ซบ.)ทรงมีความกรุณาปรานีต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริงโดยที่พระองค์มิได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาแล้วปล่อยให้มนุษย์ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง  แต่ทว่าพระองค์ได้ทรงประทานและส่งศาสดาลงมาเพื่อให้มวลมนุษย์หลุดพ้นจากความมืดมนแห่งความโง่เขลาเข้าสู่ธรรมชาติดั้งเดิมตามหลักการของพระองค์    ด้วยเหตุนี้เราจะเห็นได้ว่าทุกยุคทุกสมัยทุกประชาชาติย่อมมีศาสดาของตนเองมาเพื่อชี้นำ และบรรดาศาสดาเหล่านั้นก็มิเคยขอรางวัลหรืออามิดสินจ้างใดๆต่อการเผยแพร่สารธรรมแห่งองค์อัลลอฮ์เพื่อตนเองเลย    ด้วยเหตุนี้บรรดาศาสดาอาทิเช่น ท่านศาสดานูฮ์(อ.),ศาสดาฮูด(อ.),ศาสดาซอลิฮ์(อ.),และศาสดาชูเอ็บ(อ.) ล้วนได้ประกาศอย่างเดียวกันว่า

“และข้ามิได้ขอค่าตอบแทนใดในการนี้(เผยแพร่ศาสนา)จากพวกเจ้า  ค่าตอบแทนของข้ามิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก” ( ซูเราะฮ์ที่ 26  อัชชุอะรออ์    โองการที่   109 )

ทำนองเดียวกันนี้ ในซูเราะฮ์อัชชุอะรออ์ โองการที่    127,145,164และ180 ต่างได้ประกาศจุดยืนเดียวกันของบรรดาศาสดาว่าไม่ขอรางวัลใดๆในการเผยแพร่ศาสนาจากประชาชาติของท่านเลยแต่พวกท่านปรารถนาที่จะได้รับรางวัลนั้นจากองค์อัลลอฮ์(ซบ.)เพียงพระองค์เดียว    นั้นย่อมบ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ที่มีต่อองค์อัลลอฮ์(ซบ.)ในการปฏิบัติภาระหน้าที่ๆได้รับมอบหมายมาจากพระองค์ทั้งสิ้น

สิ่งที่น่าพิจารณายิ่งในหัวข้อนี้คือ

“ทำไมโองการอัล กุรอานที่เกี่ยวกับรางวัลที่มอบให้แก่ศาสดายุคก่อน ๆ กับท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) จึงมีความแตกต่างกันซึ่งเราจะได้อธิบายต่อไป”

1. ทำไมการเผยแผ่ศาสนาและสารธรรมต้องปราศจากรางวัล?

อย่างที่เคยกล่าวไว้ข้างต้นว่าบรรดาศาสดาได้รับพระบัญชาแห่งพระผู้เป็นเจ้าให้มาประกาศศาสนาและสารธรรมโดยปราศจากการเรียกร้องรางวัลใดๆจากประชาชาติของท่าน อาทิเช่นท่านศาสดาฮูด(อ.) ได้ประกาศเจตนารมณ์ของการเผยแพร่ศาสนาต่อประชาชาติของท่านว่า

โอ้ประชาชาติของข้า !  ข้ามิได้ขอรางวัลใดๆในการนี้(เผยแพร่ศาสนา)จากพวกเจ้าเลย  รางวัลของข้าอยู่ที่พระองค์ผู้ทรงให้กำเนิดข้า พวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรองหรอกหรือ?

( ซูเราะฮ์ที่ 11 ฮูด  โองการที่   51 )

ท่านศาสดานูฮ์(อ.)ก็ได้กล่าวแก่ประชาชาติของท่านไว้เช่นกันว่า

ดังนั้นหากพวกเจ้าผินหลังให้  ข้ามิได้ขอรางวัลใดๆจากพวกเจ้าเลย  แต่รางวัลของข้านั้นอยู่ ณ องค์อัลลอฮ์(ซบ.)  และข้าถูกบัญชามาให้เป็นหนึ่งจากมวลผู้ยอมสวามิภักดิ์  ( ซูเราะฮ์ที่ 10 ยูนุส  โองการที่  72 )

หลังจากเรานี้จะกล่าวถึงเหตุผลที่ว่าทำไมบรรดาศาสดาถึงได้ถูกบัญชาให้เผยแผ่ศาสนาและสารธรรมของพระองค์โดยปราศจากการขอรางวัลหรืออามิดสินจ้างใดๆจากมนุษยชาติ ? ซึ่งย่อมมีคำถามตามมาอีกว่าแล้วรางวัลของการเผยแผ่ศาสนาและสารธรรมแห่งพระผู้เป็นเจ้าสำหรับบรรดาศาสดาคืออะไร?

อัล กุรอานได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ ซึ่งหากพิจารณาอย่างลึกซึ้งก็จะเข้าใจถึงเหตุผลและคำตอบของคำถามเหล่านี้ดังสามารถที่จะกล่าวเป็นข้อๆดังนี้คือ

1.1 ในซูเราะฮ์อัล-อันอาม  โองการที่  90  องค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ได้ทรงกำชับท่านศาสดาถึงเรื่องรางวัลของการเผยแพร่ศาสนาและสารธรรมว่า

“พวกเขาหล่านั้นเป็นผู้ที่องค์อัลลอฮ์ได้ทรงชี้นำแล้ว ดังนั้นด้วยการชี้นำของพวกเขา  เจ้าจงเจริญรอยตามเถิด  จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมมัด)ว่า  ข้ามิได้ขอรางวัลใดๆจากพวกเจ้าเลย(ต่อการเผยแพร่อัล กุรอาน)เพราะอัล กุรอานนั้นหาใช่สิ่งใดไม่นอกจากเป็นคำตักเตือนแก่ประชาชาติทั้งมวลเท่านั้น “

กล่าวคือโองการนี้ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) เป็นผู้ตักเตือนและผู้สอนแก่มวลมนุษยชาติทั้งหมด  มิใช่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ย่อมมิอาจจะขอรางวัลจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้เลย

1.2     เมื่อบรรดาศาสนทูตได้ถูกส่งลงมาจากพระผู้เป็นเจ้าเพื่อการชี้นำมนุษยชาติโดยอยู่บนพื้นฐานแห่งความโปรดปรานของพระองค์  ด้วยเหตุผลนี้รางวัลและค่าตอบแทนแห่งการเผยแพร่ศาสนาและสารธรรมก็ย่อมเป็นหน้าที่ของพระผู้เป็นเจ้าที่จะต้องประทานให้   มิใช่เป็นหน้าที่ของมวลมนุษยชาติ ดังมีปรากฏในซูเราะฮ์อัชชุอะรออ์ โองการที่ 109 ว่า :

“และข้ามิได้ขอค่าตอบแทนใดในการนี้(เผยแพร่ศาสนา)จากพวกเจ้า  ค่าตอบแทนของข้ามิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก”

1.3       การชี้นำมวลมนุษยชาติเป็นหน้าที่ๆสำคัญยิ่งซึ่งบรรดาศาสดาล้วนตระหนักดีถึงภาระอันใหญ่หลวงที่ได้ถูกมอบหมายมา   ด้วยเหตุนี้พวกท่านจึงอดทนต่อความลำบากความลำเค็ญ หรือบางครั้งต้องอุทิศชีวิตของพวกท่านก็ตาม เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของการเผยแผ่ศาสนา ดังที่ศาสดามูซา(อ.) ครั้งหนึ่งรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดจากการกลั่นแกล้งและถูกทำร้ายโดยประชาชาติของท่านเอง ท่านถึงกับกล่าวติเตียนต่อประชาชาติของท่านว่า “โอ้ประชาชาติทำไมพวกเจ้าจึงได้ทำร้ายกลั่นแกล้งข้านักทั้งๆที่พวกเจ้าก็รู้ดีว่าข้าเป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ที่ถูกส่งมาเพื่อชี้นำพวกเจ้า “   ดังโองการซูเราะฮ์ที่อัลซ็อฟ โองการที่  5

“  และจงรำลึกเถิด ครั้งเมื่อมูซาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า  โอ้ประชาชาติของข้า ทำไมพวกเจ้าถึงทำร้ายข้าทั้งๆที่แท้จริงพวกเจ้าก็รู้ดีว่า “แท้จริงข้าเป็นศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ที่ถูกส่งมายังพวกเจ้า  ครั้นเมื่อพวกเขาได้หันเหไป(ออกจากทางนำ) อัลลอฮ์ก็ทรงทำให้หัวใจของพวกเขาหันเหไป และอัลลอฮ์ไม่ทรงชี้นำทางแก่มวลผู้ฝ่าฝืน”

1.4       อีกเหตุผลหนึ่งที่ถือว่าสำคัญยิ่ง  ต่อการไม่ขอรางวัลใดๆในการเผยแผ่ศาสนาของบรรดาศาสดา  คือ เพื่อปกป้องสถานภาพอันสูงส่งและรักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของศาสดาเองรวมถึงขจัดมลทินจากคำครหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น  ด้วยเหตุนี้เมื่อบรรดาศาสดาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น มีเพียงแต่การเชิญชวนเพื่อให้เข้าสู่หนทางแห่งศาสนาเพียงอย่างเดียว   กล่าวคือการเชิญชวนประชาชาติเข้าสู่หนทางแห่งสัจธรรมของพระผู้เป็นเจ้าโดยปราศจากการเรียกร้องรางวัลใดๆทั้งสิ้นย่อมเป็นเหตุให้มวลมนุษยชาติยอมรับหนทางแห่งการเผยแพร่ของศาสดาอย่างเต็มที่ ซึ่งในพระมหาคัมภีร์อัล กุรอานได้ย้ำถึงการไม่ขอรางวัลใด ๆในการเผยแพร่ศาสนาและสารธรรมของบรรดาศาสดา

“ พวกเจ้าจงปฏิบัติตามผู้ที่มิได้เรียกร้องรางวัลใดๆจากพวกเจ้า (เพราะ)พวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับทางนำแล้ว” (ซูเราะฮ์ยาซีน โองการที่ 21)

การไม่เรียกร้องรางวัลใดๆจากภารกิจนี้   เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุดต่อข้อพิสูจน์ความสัจจะและความถูกต้องของการเป็นศาสดาที่แท้จริงจากพระผู้เป็นเจ้า

ส่วนที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้ขอให้มีความรักที่แท้จริงต่อวงศ์วานของท่านซึ่งถือว่าเป็นการขอรางวัลอย่างหนึ่งนั้นดังมีปรากฏในโองการ “มะวัดดะตะฟิ้ลกุรบา”ว่า

….จงกล่าวเถิด(มุฮัมหมัด)ว่า ข้า(นบีมุฮัมหมัด)มิได้ขอรางวัลค่าตอบแทนใดๆในการนี้(เผยแพร่ศาสนา)จากพวกเจ้า  นอกจาก(ให้พวกเจ้า)มีรักแท้ต่อวงศ์วานที่ใกล้ชิด......(ซูเราะฮ์ อัชชูรอ โองการที่ 23)

อันที่จริงแล้วการขอรางวัลครั้งนี้ของท่านศาสนทูต(ศ็อลฯ)เป็นไปตามพระบัญชาขององค์อัลลอฮ์(ซบ.)เพราะว่าพระองค์ทรงสั่งให้ท่านศาสนทูตกล่าวขอในเรื่องนี้

นอกจากเหตุผลนี้แล้วการขอรางวัลของท่านศาสนทูต(ศ็อลฯ)เป็นการขอรางวัลจากประชาชาติของท่านเองซึ่งถือว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับบรรดาศาสดาก่อนหน้าท่าน  พระมหาคัมภีร์อัล กุรอานได้ย้ำถึงการขอรางวัลของท่านศาสนทูต(ศ็อลฯ)จากการเผยแพร่ศาสนาและสารธรรมว่า รางวัลใดที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ)ได้ขอจากประชาชาติของท่านสิ่งนั้นย่อมเป็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ต่อประชาชาติอิสลามเองว่า

“ จงกล่าวเถิด(มุฮัมหมัด) ไม่มีรางวัลใดที่ข้า(นบีมุฮัมหมัด)ได้ขอจากพวกเจ้า เพราะประโยชน์ของมันนั้นเป็นของพวกเจ้า  ส่วนรางวัลของข้านั้นอยู่ณ.องค์อัลลอฮ์  และพระองค์ทรงเป็นพยานต่อทุกสรรพสิ่ง”  (ซูเราะฮ์สะบะอ์   โองการที่ 47)

สรุปก็คือ รางวัลที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ขอต่อประชาชาติของท่านนั้น เป็นสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.)  เป็นผู้บัญชาให้ท่านศาสนทูต (ศ็อลฯ) ขอจากประชาชาติและผลลัพท์ของการขอนั้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงก็คือ ประชาชาติของท่านเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Last Updated on Monday, 25 January 2010 03:53
 

Add comment


Security code
Refresh

ความคิดเห็นล่าสุด

RSS

ความโปรดปรานของพระเจ้าต่อวงศ์วานอิสรออีล

เนื่องจากฟิรเอาน์ถูกยุยงส่งเสริมจากบุคคลรอบข้าง ให้ใช้ความรุนแรงเข้มงวดกับวงศ์วานอิสรออีล

บัญชีชีวิต

News image

เมื่อวันแห่งการรับใบประกาศผลการเรียนมาถึง พวกเราส่วนใหญ่จะผ่านประสบการณ์และผ่านความรู้สึกในวันนั้นมากันทุกคน

ท่านหญิงฟาติมะฮ์ (อ.) กับอัล กุรอาน

News image

การแสวงหาวิชาความรู้และการมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆนั้นมิได้จำเพาะเจาะจงไว้แต่เพียงเพศใดเพศหนึ่ง การค้นคว้าศึกษาอัล กุรอาน  

บทเีรียนจากศาสดาผู้ซื่อสัตย์

News image

เวลารุ่งสางก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้า เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)

สาสน์สุดท้าย กับ ปฐมบทแห่งผู้นำ

News image

โอ้ ร่อซูลเอ๋ย ! จงประกาศสิ่งที่ถูกประทานจากพระผู้อภิบาลของเจ้า ถ้าเจ้ามิได้ประกาศมันเจ้าก็มิได้ประกาศสาส์นของพระองค์  

จริยธรรมท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)

News image

การจะเขียนเรื่องราวของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่แห่งมวลมนุษยชาติสักคนหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยทีเดียวโดยเฉพาะ อัตชีวะประวัติของท่านศาสดามุฮัมมัด

รางวัลของท่านศาสดา(ศ็อลฯ)

News image

หลายโองการในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่บ่งบอกว่าบรรดาศาสดามิได้ขอและปรารถนารางวัลใดๆ

การสร้างผู้หญิงและผู้ชาย

News image

โครงสร้างในการสร้างผู้หญิงและผู้ชายนั้นมาจากจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันกระนั้นหรือ ?

ผลลัพท์ของการท่องจำอัลกุรอาน

News image

การท่องจำอัลกุรอานย่อมมีผลลัพท์เหมือนกับการอ่านอัลกุรอาน

อิมามฮุซัยน์ กับความผูกพันธ์กับกุรอาน

News image

ความผูกพันของมนุษย์ต่อสิ่งๆ หนึ่ง มีความสำคัญตรงที่ว่ามนุษย์ต้องมีความเชื่อต่อสิ่งๆ นั้นด้วย ผู้ที่มีความเชื่อและมีความรักต่ออัลลอฮ์หัวใจของเขารำลึกถึงพระองค์อยู่ตลอด

เดือนรอมฎอนกับการถือศิลอด

เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีคุณสมบัติพิเศษเหนือเดือนทั้งหลายเป็นเดือนที่พระเจ้าทรงประทานกุรอาน

เดือนรอมฎอนกับประทานอัลกุรอาน

“เดือนรอมฏอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกรุ-อานได้ถูกประทานลงมาในฐานะเป็นทางนำสำหรับมนุษย์

การกุรบานในอิสลาม

การกุรบานเป็นอิบาดะฮ์หนึ่งจากอิบาดะฮ์ด้านทรัพย์สินและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอิสลาม

คุณสมบัติของผู้ศรัทธาในกุรอาน

เว็บติบยาน ซึ่งดูแลโดยองค์กรการเผยแผ่อิสลาม นำเสนอบทความคุณสมบัติของผู้ศรัทธาในกุรอาน

คำว่า “ฮิดายะฮ์

คำว่า “ฮิดายะฮ์” และคำต่างๆ ที่แตกออกมาจากคำนี้ กุรอานได้ใช้ควบคู่กับคำสันธานว่า

ปริศนาการสร้างโลก

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีรายละเอียดมากมายที่บรรดานักอรรถาธิบายกุรอานได้ชี้แจงไว้

การนมาซ

โองการต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงความวาญิบ (จำเป็น) และการนอบน้อมถ่อมตนในนมาซ

อิคลาส

อิคลาส หมายถึง การทำให้ความตั้งใจของเราบริสุทธิ์ ปราศจากความโสมมทั้งหลาย

ความขันติในมุมมองของอิสลาม 1

มุฮักกิก ฏูซี ถือว่า ความขันติ คือการควบคุมจิตของตนให้หลุดพ้น

ความก้าวหน้าทางวิชาการ

ความก้าวหน้าทางวิชาการ ช่วยสร้างความเข้าใจในประเด็นที่ยังคลุมเครืออยู่ของอัล กุรอาน

สิ่งที่ทำให้มนุษย์หลงลืมโลกหน้า

การปฏิเสธความเชื่อเกี่ยวกับการตอบแทนการกระทำในโลกหน้า

ใครบ้างที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงรัก?

“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) หากพวกท่านรักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน

7 โองการกับวีธีการปฏิบัติต่อพ่อแม่

กุรอานสั่งเสียมนุษย์ถึงเรื่องการทำดีต่อพ่อแม่ไว้ในหลายโองการด้วยกัน

เตรียมตัวขึ้นศาล

ผู้พิพากษา: อัลลอฮ์ผู้ทรงสิทธิ์ในการตัดสิน โจทย์: ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ)

ลุกมานสอนลูก

การย้อนกลับไปศึกษาถึงวิถีชีวิตของบรรดานักปราชญ์นั้น จะพบสัจธรรมอันหนึ่งที่ว่า

More in: บทความพิเศษ

100%
-
+
30
Show options

Quran Facebook

Quranrasul On Facebook

About US

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษากุรอาน อัรรอซูลุลอะอ์ซอม(ศ๊อลฯ) ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาพระมหาคัมภีร์ อัลกุรอานในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าการอ่าน, ตัจญวีด, ความหมาย, อุลูมกุรอาน, ตลอดจนการอรรถาธิบายอัลกุรอาน นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นที่จะนำมาซึ่งข้อพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่และการเป็นทางนำของคัมภีร์เล่มนี้สำหรับบุคคลทั่วไป

และหากท่านมีขอเสนอแนะใดๆ สามารถติดต่อได้ที่

อีเมล์: info@quranrasul.com