Sunday, 05 September 2010
เว็บไซต์สำหรับผู้แสวงหาสารธรรมแห่งกุรอาน - เนื้อหา - ตัฟซีรกุรอาน - การอรรถาธิบายซูเราะฮ์ก็อดร์
การอรรถาธิบายซูเราะฮ์ก็อดร์
Written by Administrator   

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาเสมอ

 

 

แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอัล ก็อดร์

 

และอะไรเล่าจะให้เจ้ารู้ได้ว่าคืนอัล ก็อดร์นั้น คืออะไร

 

คืออัล ก็อดร์นั้น ประเสริฐกว่าหนึ่งพันเดือน

 

บรรดามะลาอิกะฮ์และอัล รูห์ (ญิบริล) จะลงมาในคืนนั้น

 

โดยอนุมัติแห่งพระผู้อภิบาลของพวกเขาเนื่องจากกิจการทุกสิ่ง

 

คืนนั้นมีความศานติจนกระทั่งรุ่งอรุณ

 

 

ซูเราะฮ์ก็อดร์

 

คำอธิบาย

 

ซูเราะฮ์นี้กล่าวถึงการประทาน อัล กุรอานในคืน ลัยละตุลก็อดร์ พร้อมทั้งอธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของคืนดังกล่าว ซึ่งหากใครทำการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ในค่ำคืนนี้ จะมีความประเสริฐมากกว่าการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ในค่ำคืนอื่นถึงหนึ่งพันเดือน เพราะในคืนนี้เป็นคืนที่มีบรรดาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์จะลงมากจากฟากฟ้า และขอพรให้กับพวกเขาจนกระทั่งเช้า ซูเราะฮ์นี้สันนิฐานได้สองอย่างว่า อาจจะเป็นซูเราะฮ์มักกียะฮ์ หรือเป็นซูเราะฮ์มะดะนียะฮ์ก็ได้ แต่หากดูตามรายงานฮะดีษจากบรรดาวงศ์วานท่านศาสดา (อะฮ์ลุลบัยต์) ข้อสันนิฐานที่ว่าซูเราะฮ์นี้เป็นซูเราะฮ์มะดะนียะฮ์น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าตามรายงานฮะดีษ กล่าวว่า ซูเราะฮ์นี้ถูกประทานลงมาหลังจากที่ท่านศาสดาฝันว่า มีชายคนหนึ่งจากบนีอุมัยยะฮ์ได้ขึ้นไปนั่งบนมิมบัรของท่าน จากความฝันดังกล่าวนี้เองทำให้ท่านศาสดาเสียใจเป็นอย่างมาก อัลลอฮ์(ซบ.) จึงทรงประทานซูเราะฮ์นี้ลงมาเพื่อเป็นการปลอบขวัญท่านศาสดา(ศ็อลฯ)

 

สรรพนามในโองการนี้(ه )หมายถึงอัล กุรอานซึ่งต้องการจะบ่งชี้ว่า ทั้งหมดของอัล กุรอานถูกประทานลงมาในค่ำคืนนี้เพราะกุรอานใช้คำว่า انزلنا (อันซัลนา) ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า انزال (อินซาล) หมายถึงการประทานลงมาแบบครั้งเดียวทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากคำว่า تنزيل (ตันซีล) ที่หมายถึงการประทานลงมาแบบตามวาระ

 

ความหมายของโองการนี้ถูกอธิบายไว้ในโองการที่ 2-3 ของซูเราะฮ์อัดดุคอน ที่กล่าวว่า

 

ขอสาบานต่อคัมภีร์อันชัดแจ้ง แท้จริงเราได้ประทานอัล กุรอานลงมาในคืนอันจำเริญ แท้จริงเราเป็นผู้ตักเตือน

 

ในโองการนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ทั้งหมดของอัลกุรอานถูกประทานลงมาในคืนนี้ เพราะโองการข้างต้นกล่าวสาบานต่อคัมภีร์ ؤالكتا ب (วัลกิตาบ) “ขอสาบานต่อคัมภีร์เล่มนี้” (คำว่าภีร์ ณ ที่นี้บ่งชี้ถึงอัล กุรอาน) ซึ่งหมายถึงการสาบานกับอัล กุรอานทั้งหมดและพระองค์ยังกล่าวต่ออีกว่า พระองค์ได้ทรงประทานอัลกุรอาน ลงมาในคืนอันจำเริญนี้ โดยที่โองการนี้ก็ได้ใช้คำว่า انزال

 

(อินซาล) ซึ่งหมายถึงการประทานแบบครั้งเดียวทั้งหมดเช่นกัน

 

จากคำอธิบายข้างต้น พอจะสรุปได้ว่า อัล กุรอานถูกประทานลงมาในสองรูปแบบด้วยกันคืน

 

- ถูกประทานลงมาทีเดียวทั้งหมดในค่ำคืนที่ถูกกำหนด

 

- ถูกประทานลงมาตามวาระและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การประทานในลักษณะที่สองนี้ถูกกล่าวไว้ในซูเราะฮ์อิซรออ์ โองการที่ 106 ว่า

 

และอัล กุรอาน เราได้แยกมันไว้อย่างชัดเจน เพื่อเจ้าจะได้อ่านมันแก่มนุษย์อย่างช้าๆ และเราได้ประทานมันลงมาตามวาระ

 

และยังกล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ในซูเราะฮ์ ฟุรกอน โองการที่ 32 อีกว่า

 

และบรรดาผู้ปฏิเสธ กล่าวว่า “ทำไมอัล กุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่เขาครั้งเดียวกันทั้งหมด?”เช่นนั้นแหละเพื่อเราจะทำให้หัวใจของพวกเจ้ามั่นคงหนักแน่น และเราได้อ่านมันช้าๆ เป็นจังหวะ

 

ดังนั้นทัศนะที่กล่าวว่า ความหมายของประโยค (อินนาอันซัลนาฮุ)คือ “เราได้เริ่มต้นประทานอัล กุรอาน”ซึ่งในที่นี้คำว่า انزال หมายถึงการประทานเพียงบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด เป็นทัศนะที่ไม่สามารถเชื่อถือได้

 

ในอัล กุรอานไม่มีโองการใดที่อธิบายถึงเวลาในการประทานอัล กุรอานไว้เลยนอกจากในโองการ 185 ซูเราะฮ์บะเกาะเราะฮ์ที่กล่าวว่า

 

เดือนรอมฎอนนั้น เป็นเดือนที่อัล กุรอานได้ถูกประทานลงมาในฐานะเป็นทางนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับทางนำนั้น และเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างสัจธรรมกับโมฆะ ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้น และผู้ใดป่วย หรืออยู่ในการเดินทางก็จงถือใช้ในวันอื่นแทน อัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้มีความสะดวกแก่พวกเจ้า และไม่ทรงให้มีความลำบากแก่พวกเจ้า และเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ให้ครบถ้วน ซึ่งจำนวนวัน (ของเดือนรอมฎอน) และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮ์ ในสิ่งที่พระองค์ทรงชี้นำแก่พวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณ

 

ซึ่งโองการนี้บ่งชี้ว่า ทั้งหมดของอัล กุรอานถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอน และถ้าหากนำโองการนี้มาพิจารณารวมกับโองการ (อินนาอันซัลนาฮุฟีลัยละติลก็อดร์) เราก็จะพบว่าคืนลัยละตุลก็อดร์คือคืนหนึ่งในเดือนรอมฎอน แต่จะหมายถึงคืนไหนของเดือนรอมฎอนนั้น เราไม่สามารถพิสูจน์ถึงประเด็นนี้ได้จากโองการกุรอาน แต่ต้องไปพิจารณาจากรายงานฮะดีษแทน

 

ในซูเราะฮ์นี้เรียกคืนแห่งการประทานอัล กุรอานว่า “ลัยละตุลก็อดร์” คำว่าก็อดร์ หมายถึง “การกำหนดขอบเขต” ดังนั้นคืนลัยละตุลก็อดร์คือคืนแห่งการกำหนดขอบเขต หมายความว่าอัลลอฮ์(ซบ.) จะทรงกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไปของทุกๆปีในค่ำคืนนี้เอง พระองค์จะทรงกำหนดเรื่องของชีวิต ความตาย ปัจจัยยังชีพ ความสุข ความทุกข์และสิ่งอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไปทั้งหมด

 

ประเด็นนี้ได้ถูกกล่าวไว้ในซูเราะฮ์อัดดุคอน โองการที่6ว่า

 

ในคืนนั้น ทุกๆกิจการที่สำคัญจะถูกจำแนกไว้ โดยการบัญชามาจากเรา แท้จริงเราเป็นผู้ส่งมา เป็นความเมตาจากพระผู้อภิบาลของเจ้า แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินอีกทั้งทรงรอบรู้

 

ในโองการนี้คำว่า فرق หมายถึงการแยกแยะหรือการกำหนดสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากสองสิ่ง ดังนั้นประโยคที่ว่า (ยุฟรอกุกุลลุอัมรินฮะกีม) จึงหมายถึง “สิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้น จะถูกกำหนดไว้”

 

และโองการนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ลัยละตุลก็อดร์ คือคืนหนึ่งของปีที่มีการประทาน

 

อัล กุรอานลงมาเท่านั้น แต่ลัยละตุลก็อดร์จะมีขึ้นทุกปี ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไปจะถูกกำหนดไว้ในคืนนี้ด้วย

 

ถึงแม้จะเป็นไปได้ว่าลัยละตุลก็อดร์ ณ ที่นี้หมายถึงค่ำคืนที่อัล กรุอานถูกประทานลงมาเมื่อ 1400 ปีที่ผ่านมาแล้วเพียงคืนเดียว แต่เป็นไปไม่ได้ว่า คืนนั้นเมื่อ 1400 ปีที่แล้วจะเป็นคืนที่กำหนดเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งในอดีตและอนาคตทั้งหมด เพราะคำว่า يفرق (ยุฟรอกุ) เป็นกริยาที่บ่งบอกปัจจุบันกาลและอนาคตกาล ซึ่งมันจะดำเนินต่อไปตลอดเวลา และในซูเราะฮ์นี้เองมีโองการที่บ่งชี้ว่าค่ำคืนดังกล่าวนี้ มีความประเสริฐกว่าหนึ่งพันเดือนและยังกล่าวอีกว่าในคืนนี้จะมีบรรดาทูตสวรรค์ลงมาจากฟากฟ้า เหล่านี้ถือเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ถึงความถูกต้องของคำกล่าวข้างต้น

 

ดังนั้น ทัศนะที่เชื่อว่า “ลัยละตุลก็อดร์ มีเพียงคืนเดียว คือคืนที่มีการประทานอัล กุรอานทั้งหมดลงมาซึ่งผ่านมาแล้วกว่า 1400 ปี และหลังจากนั้นไม่มีลัยละตุลก็อดร์อีกแล้ว” หรือทัศนะที่กล่าวว่า “ลัยละตุลก็อดร์จะเกิดขึ้นในช่วงที่ท่านศาสดายังมีชีวิตอยู่เท่านั้นหลังจากท่านศาสดาเสียชีวิตแล้วลัยละตุลก็อดร์ก็หมดไปเช่นกัน”หรือทัศนะที่กล่าวว่า “ลัยละตุลก็อดร์ไม่ได้มีเพียงคืนหนึ่งคืนใดในเดือนรอมฎอน จริงๆ แล้วลัยละตุลก็อดร์เป็นคืนใดคือหนึ่งก็ได้ภายในหนึ่งปี” เป็นทัศนะที่เชื่อถือไม่ได้

 

นักวิชาการบางท่านเชื่อว่า คำว่า “ก็อดร์” หมายถึงความสูงส่งหรือสถานะภาพอันสูงส่ง และที่เรียกคืนแห่งการประทานอัล กุรอานว่าลัยละตุลก็อดร์ เพราะคืนนี้เป็นคืนที่สูงส่งและมีเกียรติที่สุด หรือบางท่านเชื่อว่าคำว่า “ก็อดร์”หมายถึงความคับแคบหรือสถานที่อันคับแคบ และที่เรียกคืนแห่งการประทานกุรอานว่า ลัยละตุลก็อดร์ ก็เพราะว่าในคืนนี้จะมีทูตสวรรค์ลงมาจากฟากฟ้าจนทำให้พื้นแผ่นดินบนโลกคับแคบลง สองทัศนะนี้ก็เชื่อถือไม่ได้เช่นกัน

 

จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดพอจะสรุปได้ดังนี้ว่า ลัยละตุลก็อดร์เป็นคืนหนึ่งในเดือนรอมฎอน ซึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไปจะถูกกำหนดขึ้นในคืนนี้ ตรงนี้อาจจะมีผู้กล่าวว่า “ถ้าเหตุการณ์ใดที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไปถูกกำหนดไว้แล้วในคืนลัยละตุลก็อดร์ ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุการณ์ที่ถูกกำหนดไว้ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก” แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะรูปแบบของสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ในคืนลัยละตุลก็อดร์อาจถูกกำหนดไว้อย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงอาจเป็นอย่างหนึ่งก็ได้ เพราะว่าการกำหนดนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการเปลี่ยนแปลงของกิจการนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และการเกิดขึ้นมาของกิจการนั้น สุดท้ายแล้วต้องขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าทั้งสิ้น وماادراك ماليلةالقدر

 

โองการนี้อธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของลัยละตุลก็อดร์ สิ่งที่อัลกุรอานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความยิ่งใหญ่ก็คือ ในโองการนี้เป็นไปได้ว่า อาจมีการใช้สรรพนามมากล่าวแทนคำว่า ليلة القدر (ลัยละตุลก็อดร์)ก็ได้เช่นกล่าวว่า (วะมาอัดรอกะมาฮิยะ ฮิยะลัยละตุลก็อดร์)แต่กุรอานต้องการแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของคืนดังกล่าว จึงกล่าวคำว่า ليلة القدر ซ้ำถึงสามครั้ง

 

ليلة القدرخيرمن الف شهر ในโองการนี้เป็นโองการที่มาขยายความโองการก่อนหน้านี้ เป็นอีกโองการที่อธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของลัยละตุลก็อดร์โดยกล่าวว่า คืนนี้มีความยิ่งใหญ่และมีความประเสริฐมากกว่าหนึ่งพันเดือน

 

บรรดานักวิชาการได้อธิบายประโยคที่ว่า คืนลัยละตุลก็อดร์มีความประเสริฐมากกว่าหนึ่งพันเดือน ไปในลักษณะที่แตกต่างกันแต่ทัศนะที่ถูกต้องก็คือทัศนะที่กล่าวว่า “ความประเสริฐดังกล่าวนั้นหมายถึงความประเสริฐมรการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ซึ่งหมายความว่า หากใครเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ในค่ำคืนนี้ จะมีความประเสริฐมากกว่าการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) ในคืนธรรดาถึงหนึ่งพันเดือน”

 

คำว่า روح (รูห์) ในโองการนี้หมายถึงรูห์ (ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์) ที่อยู่ในโลกแห่งพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า

 

อัลลอฮ์(ซบ.) ทรงตรัสเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ในซูเราะฮ์อิซรออ์ โองการที่ 85 ว่า และพวกเขาจะถามเจ้า เกี่ยวกับรูห์(วิญญาณ)จงกล่าวเถิดว่า “เรื่องรูห์นั้นเป็นไปตามพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของฉันและพวกท่านจะไม่ได้รับความรู้ใดๆ เว้นแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

 

และส่วนคำว่า (อิซนิ) ในที่นี้หมายถึงการอนุมัติ หรือบางท่านเชื่อว่าหมายถึง “การประกาศ” คำสันธาน (มิน) ในประโยค (มินกุลลิอัมร์) บางท่านเชื่อว่าหมายถึง “จุดเริ่มต้นของสิ่งหนึ่ง” แต่บางท่านก็เชื่อว่าหมายถึง “การเป็นสาเหตุของสิ่งๆ หนึ่ง”ก็ได้ ดังนั้น ถ้าพิจานณาบนพื้นฐานดังกล่าวนี้โองการนี้ก็จะมีความหมายว่า “ในคืนนั้นบรรดาทูตสวรรค์และดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์จะลงมาโดยการอนุมัติของพระผู้อภิบาลของพวกเขา เนื่องจาก (การลงมาของพวกเขา) เป็นกิจการหนึ่งของพระผู้เป็นเจ้า”หรือบางท่านเชื่อว่าคำสันธานดังกล่าวนี้ หมายถึง “การเป็นเหตุเป็นผลของสิ่งๆ หนึ่ง” ถ้าพิจารณาบนพื้นฐานดังกล่าวนี้ โองการนี้ก็จะให้ความหมายว่า “ในคืนนั้นบรรดาทูตสวรรค์และดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์จะลงมาโดยการอนุมัติของพระผู้อภิบาลของพวกเขา เพื่อดูแลกิจการของพระผู้เป็นเจ้า”

 

ในหนังสือมุฟรอดาต ของท่านฆิบอิสฟาฮานี กล่าวว่า คำว่า سلا م (สลาม) หมายถึง “การปราศจากความเลวร้ายทั้งภายนอกและภายใน”ดังนั้น โองการนี้ชี้ให้เห็นถึงความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าที่มีให้กับบ่าวที่มุ่งค้นหาความเมตตาจากพระองค์ และโองการนี้ยังสื่อให้เราได้เห็นอีกว่า ในคืนลัยละตุลก็อดร์นั้นประตูแห่งการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้าจะถูกปิดลง ดังนั้น ก็เท่ากับว่าในคืนลัยละตุลก็อดร์การล่อลวงของชัยฏอนจะไม่มีผลใดๆ ต่อมนุษย์เลย

 

 

 

 

Add comment


Security code
Refresh

ความคิดเห็นล่าสุด

RSS

การอรรถาธิบายซูเราะฮ์ก็อดร์

News image

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาเสมอ

ตัฟซีรท่านผู้นำ 3

News image

มนุษย์ที่มีกระบวนทัศน์แบบที่เชื่อต่อพระเจ้าย่อมมีเป้าหมายในชีวิต (อย่างแท้จริง)

ตัฟซีรท่านผู้นำ 2

News image

ท่านอายาตุลลอฮ์คามาเนอีได้อธิบายคุณสมบัติเฉพาะของ “มุตตะกีน” ไว้ดังนี้

ตัฟซีรท่านผู้นำ 1

News image

ในบทเรียนวิชาตัฟซีรกุรอาน ท่านอายาตุลลอฮ์ คามาเนอีได้อธิบายคำว่า “ตักวา”

More in: ตัฟซีร กุรอาน

Quran Facebook

Quranrasul On Facebook

About US

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษากุรอาน อัรรอซูลุลอะอ์ซอม(ศ๊อลฯ) ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาพระมหาคัมภีร์ อัลกุรอานในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าการอ่าน, ตัจญวีด, ความหมาย, อุลูมกุรอาน, ตลอดจนการอรรถาธิบายอัลกุรอาน นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นที่จะนำมาซึ่งข้อพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่และการเป็นทางนำของคัมภีร์เล่มนี้สำหรับบุคคลทั่วไป

และหากท่านมีขอเสนอแนะใดๆ สามารถติดต่อได้ที่

อีเมล์: info@quranrasul.com